
ชาวท่าสายลวดประท้วงไม่เอาเมืองรูปแบบพิเศษนครแม่สอด
ชาวต.ท่าสายลวด กว่า 100 คนก่อหวอดหน้าด่านพรมแดนไทย-พม่า คัดค้านไม่เอาเมืองรูปแบบพิเศษแม่สอด ขณะที่ก่อนหน้านี้ชาวแม่สอด และพื้นที่รอบนอกกว่าพันคน ยกมือเห็นชอบ
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ราษฎรตำบลท่าสายลวด ส่วนมากอยู่ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กว่า 100 คน ได้ไปชุมนุมประท้วงที่หน้าด่านพรมแดนไทย-พม่า บริเวณบ้านริมเมย หรือเชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า อำเภอแม่สอด โดยถือป้ายผ้าเขียนข้อความต่างๆระบุไม่เอาเมืองรูปแบบพิเศษ และไม่เอาเขตปกครองแม่สอด ซึ่งมีแกนนำเป็นผู้บริหารเทศบาลตำบลท่าสายลวด สมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าสายลวด และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด
นอกจากนี้แกนนำผู้ชุมนุมยังได้ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศไม่ต้องการเมืองรูปแบบพิเศษ ตามที่แกนนำผู้บริหารเทศบาลบาลเมืองแม่สอดได้เคลื่อนไหวต้องการผลักดันให้เขตเทศบาลเมืองแม่สอด เป็นเมืองรูปแบบพิเศษ โดยบูรณาการเอาองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ปะ และเทศบาลตำบลท่าสายลวดเข้าด้วยกัน
นางภิญญา เฮิงโม สมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าสายลวด กล่าวว่า การมาชุมชนุมครั้งนี้ เพื่อต้องการคัดค้านการยกฐานะพื้นที่ 3 ตำบลเป็นเมืองรูปแบบพิเศษ เพราะจะทำให้วิถีชีวิตประชาชนเปลี่ยนไป จากที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้อง เพราะจะมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน และที่ผ่านมาฝ่ายที่คิดยกฐานะเมืองรูปแบบพิเศษยังไม่เคยทำประชาคมในพื้นที่ตำบลท่าสายลวดให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อดี และข้อเสีย เป็นอย่างไร
สำหรับการชุมนุมดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีตำรวจ สภ.แม่สอด และฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอดไปร่วมสังเกตการณ์ และหลังจากชุมนุมได้ประมาณ 15 นาที ฝ่ายผู้ชุมนุมจึงสลายตัว
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน นายกิตติศักดิ์ โตมรศักดิ์ นายอำเภอแม่สอด , นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองแม่สอด , นายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา อดีตประธานหอการค้าจังหวัดตาก รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีการประชุมชี้แจงประชาชนตำบลแม่สอด , ตำบลท่าสายลวด และตำบลแม่ปะ ทั้งกว่า 3,000 คน โดยมีการกล่าวถึงข้อดี และข้อเสียเรื่องเมืองรูปแบบพิเศษนครแม่สอด และได้ขอความเห็นจากที่ประชุม ซึ่งในที่ประชุมทั้งหมดได้ยกมือเห็นด้วยกับการยกฐานะให้เมืองแม่สอด เป็นเมืองรูปแบบพิเศษ ขณะที่นายกิตติศักดิ์ จะเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหาร สมาชิก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลแม่ปะ และตำบลท่าสายลวด ไปร่วมทำหารือ และเพื่อทำความเข้าใจกัน ก่อนที่จะไปสู่การทำประชาคมให้ในพื้นที่ 3 ตำบล



