ข่าว

พ่อแม่เสียใจ"ศิริมงคล"ถูกรวบคดียาไอซ์

พ่อแม่เสียใจ"ศิริมงคล"ถูกรวบคดียาไอซ์

30 ส.ค. 2552

ตำรวจชลบุรีรวบ "ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์" อดีตแชมป์มวยโลกหลายสถาบัน ขณะนำยาไอซ์ 28.4 กรัม ส่งลูกค้า สารภาพหลังพ้นตำแหน่งก็ผันตัวเข้าวงการยาเสพติด รับจ้างส่งของครั้งละ 1 หมื่น เผยยังไม่ทิ้งวงการมวย เตรียมไปขึ้นชกเควันที่เม็กซิโกสัปดาห์หน้า แต่มาจนมุมเสียก่

 เหตุตำรวจจับกุมแชมป์มวยโลกชื่อดัง เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม  พ.ต.ท.ธงชัย สุขเจริญ รอง.ผกก.( ปป.) สภ.พานทอง ช่วยราชการ ศตส.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการข่าวยาเสพติด ควบคุมตัวนายศิริมงคล หรือโอ๋ เอี่ยมท้วม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 1 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 28.4 กรัม รถเก๋งเซฟโรเลต สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌล 7617 กรุงเทพมหานคร  ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายศิริมงคลเป็นอดีตนักมวยชื่อดังโดยใช้ชื่อในการชกว่าศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์ มีฉายาว่า "เทพบุตรหน้าหยก" เป็นบุตรของ นายมานพ เอี่ยมท้วม เจ้าของค่ายมวยสิงห์มนัสศักดิ์ เคยได้แชมป์รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท และรุ่นแบนตั้มเวท ของสหพันธ์มวยโลก (WBU) ในปี 2538 ก่อนที่จะสละตำแหน่งไปเพื่อครองแชมป์โลกในสถาบันที่ใหญ่กว่า คือ สภามวยโลก  (WBC) จากนั้นได้เป็นแชม์โลกสถาบันมวย PABA รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท ในปี 2550-2551 และเคยมีข่าวโด่งดังไปทั่วโลกเพราะถ่ายภาพนู้ดเมื่อปี 2548 ด้วย

 ทั้งนี้ตำรวจชุดปฏิบัติการข่าวยาเสพติด (ศตส.ภ.จว.ชลบุรี ) จับกุมตัวนายศิริมงคล ได้เมื่อเวลา  20.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ขณะกำลังขับรถเก๋ง ไปส่งยาให้ลูกค้าในหมู่บ้านโชคนิมิต 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกนำตัวไปขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการในพื้นที่ จ.ชลบุรี

 นายศิริมงคลสารภาพว่าเป็นเอเย่นต์ส่งยาไอซ์จริงโดยรับจ้างจากนายเล็ก ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล ไปส่งยาให้ลูกค้า โดยจะได้รับค่าจ้าง 1 หมื่นบาท นอกจากนี้ตัวเองก็เสพยาไอซ์ด้วย
 
 นายศิริมงคลยังให้การต่ออีกว่า หลังจากสละแชมป์โลกก็ผันตัวเข้ามาในวงการยาไอซ์ เนื่องจากเพราะต้องการรายได้เสริม ส่วนมวยนั้นก็ยังชกอยู่ โดยอีกประมาณ 1 สัปดาห์ จะต้องเดินทางไปประเทศเม็กซิโก ขึ้นชกในรายการเควัน แต่ต้องมาจบเส้นทางมวยเพราะถูกตำรวจจับกุมได้เสียก่อน พร้อมทั้งนี้ยังขอโทษแฟนมวยทั้งประเทศอีกด้วย

 การจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่อีกกรณีหนึ่ง เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูต ผบก.ปส.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ บช.ปส.2 บุกจับกุมนายสายัณห์ จีนสำราญ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/7 ซอยวัดราชสิงขร แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. พร้อมของกลาง ยาบ้า 5 แสนเม็ด และรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า ทะเบียน 1571 กรุงเทพมหานคร อีก 1 คัน โดยจับกุมได้ขณะขับรถคันดังกล่าวไปจอดภายในซอยเจริญกรุง 91 แยก 6 แขวงวัดพระยาไกร

 นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังนำกำลังบุกตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งเป็นของเอเย่นต์เครือข่ายเดียวกัน ตั้งอยู่ในละแวกดังกล่าวอีก 4 หลัง คือ บ้านเลขที่ 91/49 บ้านเลขที่ 91/50 บ้านเลขที่ 91/58 และบ้านเลขที่ 91/60 โดยบ้านทั้งหมดเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ผลการตรวจค้นพบว่า บ้านเลขที่ 91/49 และบ้านเลขที่ 91/50 เปิดเป็นอู่แท็กซี่ ชื่อ สหกรณ์ธนาสยาม จำกัด มีรถแท็กซี่จอดอยู่หน้าบ้าน 10 คัน ภายในบ้านพบรถมินิคูเปอร์ สีครีมคาดดำ ทะเบียน ชศ 812 กรุงเทพมหานคร รถเบนซ์ รุ่น ซี 230 ทะเบียน ชล 4488 กรุงเทพมหานคร ของ พ.จ.อ.หญิง ราณี ฤทธิ์เล็ก อดีตข้าราชการทหาร สังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด และเจ็ตสกีอีก 3 ลำ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน

 ขณะเดียวกัน เมื่อนำกำลังขึ้นไปตรวจค้นบนห้องพักชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 91/49 ซึ่งเป็นห้องของนายณัฐพล คงทน อายุ 31 ปี ช่างซ่อมประจำอู่แท็กซี่ พบปืนยาวดัดแปลงเป็นแบบออโตเมติกขนาด .22 ไฮบริด พร้อมเครื่องกระสุนปืนบรรจุอยู่ในแม็กกาซีน 21 นัด และโครงปืนขนาด .22 แบบสแตนดาร์ดอีก 1 โครง โดยนายณัฐพลอ้างว่าเป็นปืนของเพื่อน ชื่อนายหนุ่ม นำมาฝากไว้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และดัดแปลงอาวุธปืน โดยไม่แจ้งต่อนายทะเบียน ก่อนติดตามตัวเจ้าของที่แท้จริงนำหลักฐานมาแสดงเพื่อรับปืนคืน

 ผลการตรวจค้นบ้านเลขที่ 91/58 เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และซิมการ์ด 1 อัน ตกอยู่ในคูน้ำหลังบ้าน สภาพเหมือนเพิ่งถูกนำไปทิ้ง จึงเก็บมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลในเครื่องและซิมการ์ด ส่วนผลการตรวจค้นบ้านเลขที่ 91/60 ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด

 พล.ต.ต.อดิเทพกล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบ เนื่องมาจากมีพลเมืองดีแจ้งข้อมูลมาว่า ที่บ้านทั้ง 4 หลัง เป็นแหล่งพักยาบ้ารายใหญ่ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ บช.ปส.2 ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลในบ้านมานานกว่า 3 เดือน กระทั่งช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ชุดจับกุมสืบทราบว่านายสายัณห์นั่งรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นลิโม่ สีเหลือง ทะเบียน ทล 8997 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถในอู่ออกไป โดยมีนายเล็ก เป็นโชเฟอร์ขับให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็สะกดรอยตามไป ก่อนที่รถแท็กซี่จะไปจอดกลางทางเพื่อให้นายสายัณห์ลงไปขับรถเก๋งโตโยต้าของกลาง ซึ่งมีผู้นำมาจอดรออยู่บนถนนรังสิต-นครนายก ขับกลับมาที่อู่ โดยนายเล็กขับรถแท็กซี่ประกบกันมาด้วย และเมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจค้นก็พบกระเป๋าสีดำ 2 ใบ บรรจุยาบ้า 5 แสนเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระโปรงท้ายรถ

 พล.ต.ต.อดิเทพ กล่าวอีกว่า ทันทีที่นายเล็กเห็นเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายสายัณห์ ก็รีบลงจากรถแท็กซี่วิ่งหนีไปพร้อมกับผู้ต้องหาอีกคนชื่อนายสกนธ์ ชาญชัยศิลป์ หรือ “เลาะห์” อายุ 32 ปี ซึ่งรออยู่ที่อู่ โดยทั้งสองคนหลบหนีไปได้หวุดหวิด เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลในการออกหมายจับ และจะเชิญตัวเจ้าของอู่แท็กซี่มาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาบ้าหรือไม่ ก่อนจะตรวจสอบรถหรู เจ็ตสกี และทรัพย์สินมีค่าที่ยึดไว้ได้ เพื่อดำเนินคดีและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดต่อไป

 นายสายัณห์ให้การว่า ได้รับคำสั่งจากนายสกนธ์ ลูกเขยเจ้าของอู่แท็กซี่ ให้นั่งรถไปกับนายเล็ก เพื่อไปขับรถโตโยต้าคันดังกล่าวกลับมาจอดไว้ที่อู่ โดยไม่ทราบว่าที่ท้ายรถมียาบ้าจำนวนมากซ่อนอยู่ เมื่อขับมาถึงอู่ก็ถูกตำรวจจับ ส่วนนายสกนธ์และนายเล็กวิ่งหนีไป ที่ผ่านมาตนไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ถูกจับครั้งนี้เป็นครั้งแรกเพราะทำตามคำสั่งของนายสกนธ์เท่านั้น

พ่อแม่เสียใจ"ศิริมงคล"ถูกรวบคดียาไอซ์

 เมื่อเวลา 12.00 น. นายมานพ เอี่ยมท้วม อายุ 53 ปี พ่อของนายศิริมงคล พร้อมด้วยนางบัวเรียม เอี่ยมท้วม อายุ 57 ปี ผู้เป็นแม่ และเพื่อนชายหญิงกว่า 5 คน รุดเดินทางเยี่ยมนายศิริมงคลที่ห้องขังด้วยอาการเสียใจ ซึ่งนางบัวเรียมผู้เป็นแม่ร่ำไห้อยู่ตลอด โดยการเข้าเยี่ยมได้นำเสื้อผ้า อาหารและเครื่องดื่มมาให้ และผลัดกันเข้าพูดคุยกับนายศิริมงคลซึ่งสังเกตได้ว่านายศิริมงคลล มีอาการเครียดโดยเอาผ้าคลุมหัวตลอดเวลา

 ด้านนายมานพ เปิดเผยว่า รู้สึกช็อคหลังทราบข่าวตั้งแต่เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย พอเช้าก็รีบเดินทางพร้อมนางบัวเรียม ผู้เป็นแม่เดินทางมาเยี่ยม โดยเมื่อวานออกจากค่ายตอนเช้าศิริมงคลบอกว่าจะไปส่งแฟนที่ท่ารถ เพราะแฟนจะกลับต่างจังหวัด ตนยังบอกว่าให้รีบกลับ เพราะต้องพานักมวยไปชกที่ช่อง 7 ซึ่งนายศิริมงคลรับปากว่าจะรีบกลับไม่เกิน 2 ทุ่ม

 นายมานพ กล่าวอีกว่า ตอน 2 ทุ่ม ได้โทรไปหานายศิริมงคล รับสายพร้อมตอบว่า "กำลังจะกลับแล้วครับ" จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย มาทราบข่าวตอน 5 ทุ่ม ว่าถูกจับ ตั้งแต่ตอนนั้นถึงกลับนอนไม่หลับ เสียดายอนาคตของลูก ทั้งๆที่จะขึ้นชกในเดือนหน้าที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้อีกมาก แต่ต้องมาจบชีวิตเส้นทางมวยแบบนี้