ข่าว

“ วิษณุ”ชี้คำวินิจฉัยศาลปค.สุดท้ายจะเป็นการวางหลักก.ม. 

“ วิษณุ”ชี้คำวินิจฉัยศาลปค.สุดท้ายจะเป็นการวางหลักก.ม. 

09 มี.ค. 2560

“ วิษณุ”ปาฐากถา 16 ปี ตั้งศาลปกครอง ระบุคำวินิจฉัยศาลปกครองสุดท้ายจะเป็นการวางหลักก.ม. ให้ จนท.รัฐปฏิบัติ บางครั้งอาจไม่ชัด ต้องยื่นวินิจฉัยตีความ

 

          9 มี.ค. 60 - ศาลปกครองได้จัดปาฐกถาเกียรติยศ “ ใต้ร่มพระบารมี 16 ปี ศาลปกครอง ”โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บรรยาย ระบุว่า เเนวคิดการจัดตั้งศาลปกครอง มีมาตั้งเเต่ยุคเปลี่ยนเเปลงระบอบการปกครอง สมัยรัชกาลที่ 7 เเต่ก็สามารถจัดตั้งได้ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งก่อนการจัดตั้งศาลปกครอง มีการตั้งคำถามว่า มีศาลยุติธรรมไปเเล้วทำไมถึงต้องมีศาลปกครองอีก การตั้งหลายศาลทำให้เกิดปัญหา และหากตั้งศาลปกครองขึ้นมาจะต้องสังกัดขึ้นกับหน่วยงานใดที่ไหน และอำนาจควรจะมีเเค่ไหน ใครเป็นชี้ขาดอำนาจศาล พอได้ตอบคำถามหลายคำถามดังที่กล่าวมาจึงมีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้นมาได้ในรัฐธรรมนูญฯ ฉบับปี 2540 ที่เรียกกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยศาลปกครอง เป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นสังกัดหน่วยงานใดในรัฐบาล จนวันนี้ศาลปกครอง ก่อตั้งมา 16 ปี ซึ่งศาลปกครองที่เกิดขึ้นในสมัยรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ได้สืบสานปณิธาน เเละมีส่วนในการเเก้ปัญหาบ้านเมืองที่จะรักษาความสงบร่มเย็นเป็นสุขให้กับประชาชน 

          โดยที่ผ่านมา 16 ปีศาลปกครอง ดำเนินงานที่มีปัญหาตกค้าง อย่างเรื่องการบังคับคดียังไม่สามารถเยียวยาได้สมกับสิทธิ์หรือสมกับสิ่งที่ศาลพิพากษาเอาไว้ เช่น ศาลปกครองตัดสินว่าการมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายไม่ถูกต้องให้มีการเพิกถอน แต่มีคำถามที่ตามมาว่าจะจัดการอย่างไร ในเมื่อคำสั่งย้ายนั้นเกิดเมื่อหลายปีก่อน ผู้ฟ้องคดีเกษียณอายุไปแล้ว หลายคดีผู้ฟ้องคดีให้สัมภาษณ์ว่าแค่นี้ก็ชื่นใจไม่ต้องให้กลับคืนสู่ตำแหน่ง แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานรุ่นน้องในการทำงานต่อไป หรืออย่างกรณีศาลมีคำพิพากษาให้หน่วยงานไปแก้ไขแต่หน่วยงานกลับไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา จะทำอย่างไร โดยศาลได้แก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวไปบ้างแล้ว เมื่อมีปัญหาก็ต้องคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องเผชิญกับปัญหาความเชื่อมั่นที่มีของประชาชน

          ส่วนหน่วยงานรัฐนั้น หากศาลมีคำพิพากษาให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติอย่างไรก็ไม่ขัดข้องเลย เเต่ปัญหาคือเรื่องความไม่เข้าใจคำพิพากษาว่า ศาลสั่งให้ทำอย่างไรก็อาจทำให้ปฏิบัติไม่ถูกไม่ว่าจะไม่เข้าใจจริงหรือเเกล้งไม่เข้าใจจริงก็เเล้วเเต่ อย่างคดีที่ผ่านมา เช่น คดีท่อก๊าซของ ปตท.หรือคดีตั้งกังหันลม ที่ดิน สปก. บางครั้งหากไม่เข้าใจ ก็ต้องใช้วิธีการยื่นคำร้องตีความคำวินิจฉัย ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลปกครอง จะไม่เหมือนกับ ศาลยุติธรรมที่ตัดสินซึ่งคำพิพากษาของศาลยุติธรรมจะใช้เฉพาะคู่กรณี แต่คำพิพากษาของศาลปกครองจะเป็นการวางหลักโดยมีคำวินิจฉัยที่เป็นการวางหลักต่างๆ เช่นคำว่า ขาดเหตุผลอันสมควร หรือกรณีเป็นการเลือกปฎิบัติ หรือคำว่า ขัดหลักนิติธรรม ซึ่งการวางหลักดังที่กล่าวมานั้นย่อมมีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน เช่นฝ่ายบริหารมองว่าคำสั่งไม่ขัดหลักนิติธรรม เเต่ก็ต้องมาดูอีกว่าศาลจะเชื่อหรือไม่ ทั้งที่เราก็ไม่รู้ว่าอะไรคือหลักนิติธรรมกันเเน่ ทำให้เราย้อนกลับไปสมัยก่อนก่อตั้งศาลปกครองที่มีคำถามว่าอะไรควรเกิดก่อนระหว่างกฎหมายปกครอง หรือศาลปกครองซึ่งตอนนั้นก็มีข้อถกเถียงกันจนได้ข้อสรุปว่าให้ศาลปกครองเกิดก่อนไม่เช่นนั้นกว่าจะร่างกฎหมายปกครองเสร็จจะต้องรอหลาย 10 ปี ซึ่งต่อมาคำพิพากษาของศาลปกครองจึงเป็นการสร้างหลักกฎหมาย