
ร้องนายกฯ แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวสระแก้ว
ยื่นร้อง 'ประยุทธ์' ผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี และศูนย์ดำรงธรรมฯ แก้ปัญหาเจ้าหน้าที่เก็บส่วย-ปัญหาแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ
9 มี.ค. 60 เมื่อเวลา 08.30 น. กรณีปัญหาการจับกุมและเข้มงวดกวดขันการใช้แรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาในพื้นที่ จ.สระแก้ว จนเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้่นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ผู้ปลูกลำไย , ผู้ปลูกอ้อย และพืชไร่อื่้นๆ จึงร่วมกันทำหนังสือร้องเรียนนายกรัฐมนตรี โดยมีสมาคมผู้ปลูกลำไยจังหวัดสระแก้วเป็นตัวแทน เดินทางไปที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเบ็ดเสร็จ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่บางหน่วยอาศัยจังหวะรีดส่วยจากผู้ประกอบการ สร้างความเดือดร้อนเกษตรกรและล้งรับซื้่อลำไย กรณีการใช้แรงงานข้ามเขตในฤดูกาลเก็บเกี่ยว ระหว่างเดือน พ.ย. 2559 - มี.ค. 2560 ทั้งนี้ หนังสือทั้่ง 2 ฉบับ เรียกร้องให้แก้ปัญหาการใช้แรงงานข้ามเขต และการยกระดับช่องทางบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เป็นจุดผ่านแดนถาวร
ร.อ.ทองทศ มากสาคร นายกสมาคมผู้ปลูกลำไยจังหวัดสระแก้ว และรองประธานสภา อบจ.สระแก้ว เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือเรียบร้อยแล้ว โดยมีมณฑลทหารบกที่ 12 ช่วยประสานงาน โดยมีการจัดสถานที่ยื่นหนังสือไว้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีหน่วยงานเพื่อรับหนังสือร่วมกัน ประกอบด้วย ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักนายกรัฐมนตรี , ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกันจัดสถานที่และรับมอบหนังสือ
"ทางรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางลงมาเพื่อรับหนังสือด้วยตนเอง ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของประชาชนมาก โดยรองปลัดฯ รับปากว่า หนังสือจะส่งถึงมือนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแน่นอน มีการลงเลขรับ ซึ่งสามารถติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าได้ ซึ่งท่านรับปากว่า จะมีการตอบกลับหนังสืออย่างเร็วที่สุด เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ ไม่ปิดกั้น ซึ่งหลังจากนี้ทางสมาคมฯ ก็หวังว่า จะมีการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ได้รับความชอบธรรมทั้งชาวสวนและล้งรับซื้อลำไยด้วย" นายกสมาคมผู้ปลูกลำไยจังหวัดสระแก้ว กล่าว
อย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน ทางจังหวัดสระแก้วได้จัดให้มีการประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขการใช้แรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาในกิจการของเกษตรชาวไร่อ้อย ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานแรงงานจังหวัดสระแก้ว โดยมีนายกสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาหาทางออกด้วย



