
ส.ป.ก.ยึดคืนที่ดินภูเก็ต 69 ไร่
ส.ป.ก.ภูเก็ต นำกำลังทหาร ตำรวจ ติดป้ายประกาศยึดคืนที่ดิน 69 ไร่ บริเวณรอยต่อหาดไตรตรังกับหาดพาราไดซ์
9 มี.ค. 60 เจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต (ส.ป.ก.ภูเก็ต) นำโดยนายสุทธวัชร นาคสวาท นิติกรชำนาญการ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารบก นำโดย พ.อ.อายุพันธุ์ กรรณสูต เสนาธิการ กรมทหารราบที่ 25 กองทัพภาคที่ 4 เจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง รวมประมาณ 20 นาย นำแผ่นป้ายซึ่งปิดประกาศของสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต เรื่อง ห้ามบุกรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปติดตั้งบริเวณที่ดินรอยต่อระหว่างหาดไตรตรังกับหาดพาราไดซ์ ถ.หมื่นเงิน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อแสดงให้ทราบว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของ ส.ป.ก.ที่มีการยึดคืนและห้ามบุกรุก
โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณที่ดินดังกล่าว พบมีการทำรั้วกั้นบริเวณประตูทางเข้า-ออกติดแผ่นป้ายเขียนข้อความว่า เป็นที่ดินส่วนบุคคล โดยมีผู้ดูแลบริเวณทางเข้า 1 คน คือ นายไพโรจน์ (ไม่ทราบนามสกุล) ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัว พร้อมชี้แจงว่า จะมาทำการติดตั้งป้ายประกาศ เบื้องต้น นายไพโรจน์บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนไม่ใช่เจ้าของที่ดิน แต่มาทำหน้าที่ดูแลให้กับ นายสมปอง สกุลทับ ซึ่งได้อ้างสิทธิ์การครอบครอง โดยมีเอกสาร ส.ค.1 จึงให้ประสานผู้อ้างสิทธิ์ก่อนเข้าติดประกาศในพื้นที่ ซึ่งพบว่าภายในฝั่งติดถนนมีการปลูกสร้างบ้านพักอาศัยอย่างถาวร 1 หลัง เพิงพัก 1 หลัง และโรงจอดรถ ส่วนอีกด้านซึ่งเป็นเนินสูงสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ภายในแปลงที่ดินยังมีการปลูกต้นปาล์ม และตัดถนนลงไปจากริมเนินเขา รวมทั้งมีการก่อสร้างจุดพักสำหรับถ่ายภาพ ซึ่งขณะที่มีการตรวจสอบ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขับขี่รถจักรยานยนต์เข้า-ออกพื้นที่หลายราย
ทั้งนี้ นายสุทธวัชร กล่าวว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.4-01 ก. ที่มีการจัดสรรให้ประชาชน เดิมทีมี นายบันลือ ตันติวิท (เสียชีวิตแล้ว) ครอบครองตามสิทธิ์ ส.ป.ก.ในเนื้อที่ประมาณ 69-0-70 ไร่ แต่ต่อมาทาง ส.ป.ก.ภูเก็ต ได้ยื่นฟ้อง เนื่องจากตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่า นายบันลือขาดคุณสมบัติตามสิทธิ์ ส.ป.ก. ซึ่งมีการฟ้องร้องกันจนถึงศาลฎีกา โดยมีคำพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดิน (แปลงเลขที่ 2 กลุ่มที่ 71) และเข้าสู่ขั้นตอนการติดประกาศตามขั้นตอนบังคับคดี โดยจะให้ผู้ที่ไม่ใช่บริวารของจำเลยยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษภายในเวลาที่กำหนด ต่อมามีนายสมปอง สกุลทับ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีผลถึงที่ดินที่ผู้ร้องครอบครอง และผู้ร้องไม่ใช่บริวารของจำเลย โดยนายสมปองอ้างในคำร้องว่า ที่ดินของตนอยู่นอกที่ดิน ส.ป.ก.ของนายบันลือ ตันติวิท เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย และจากการที่ศาลฏีกาได้พิจารณาคำร้องของนายสมปองพบว่า ที่ดินของนายสมปองอยู่ในเขตที่ดิน ส.ป.ก.และทับที่ดินของนายบันลือที่ศาลตัดสินไปแล้ว โดยนายสมปองไม่มีหลักฐานมาหักล้างส่งผลให้ฏีกาของนายสมปองจึงไม่เป็นสาระให้วินิจฉัย ศาลฯ จึงยกคำร้องดังกล่าว
ผลจากคำพิพากษาดังกล่าว สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต (ส.ป.ก.ภูเก็ต) จึงออกประกาศว่า ที่ดินพิพาทแปลงดังกล่าว เป็นกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก.ตามมาตรา 36 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519 บุคคลหรือผู้ใดจึงมิอาจอ้างสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวได้ และห้ามมิให้บุคคลหรือผู้ใดบุกรุกที่ดิน มิฉะนั้น ส.ป.ก.ภูเก็ต จะดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาด ทั้งนี้ หลังการติดประกาศดังกล่าวจะให้เวลาผู้ที่ทำประโยชน์อยู่ดำเนินการรื้อถอนหรือออกจากพื้นที่ตามประกาศภายในเวลา 30 วัน
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนั้นทนายความของนายสมปองได้มาสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ดินแปลงนี้นายสมปองได้อาศัยทำประโยชน์มานานแล้ว ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขต ส.ป.ก. และมีหลักฐานครอบครองตาม ส.ค.1 มีเนื้อที่ประมาณ 22 ไร่เศษ และอยู่นอกพื้นที่ ส.ป.ก. มีหลักฐานยืนยัน คือ ต้นไม้หลายประเภท ทั้งต้นมะม่วงที่มีอายุหลายสิบปี ซึ่งแสดงถึงการใช้ประโยชน์ และขณะนี้ ส.ค.1 ฉบับดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นขอออกโฉนดกับกรมที่ดิน



