
ยก“อภัยภูเบศร”บิสสิเนส โมเดล ต้นแบบธุรกิจสมุนไพรสู่สากล
โดย - โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ
พล.อ.ประยุทธ์ชมเปาะ“อภัยภูเบศร” ต้นแบบพัฒนาสมุนไพรเข้มแข็ง ยกเป็น"บิสสิเนส โมเดล" ต้นแบบธุรกิจสู่สากล ตั้งเป้าหมาย 4 จังหวัดสร้างเมืองสมุนไพร เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้ได้ 3.2 แสนล้านยุคไทยแลนต์4.0
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ด้วยธุรกิจและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมทีมงานและบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ว่าเป็นทีมที่เข้มแข็ง เสียสละ โดยยกให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาสมุนไพรที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ
พล.อ.ประยุทธ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้มีการพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดยารักษาโรค เน้นการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน ตลอดจนส่งเสริมการเกษตรเพาะปลูกสมุนไพรในแต่ละชุมชน ช่วยกระจายโอกาสและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดูแลระบบการขึ้นทะเบียนให้คล่องตัว ตลอดจนการนำยาสมุนไพรมาใช้ในการรักษาของสถานพยาบาลให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงสปาทั่วประเทศควรใช้สมุนไพรของไทยทดแทนการนำเข้าที่มีราคาสูง
"งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีการทำแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบในระยะตั้งแต่ 1-5 ปีเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 กำหนดการพัฒนาเมืองสมุนไพรเป็นไกการทำงานระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจร สร้างความมั่นคงในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม มีการส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของกกลุ่มประเทศ CLMV อาเซียนที่เหลือ และตลาดโลกต่อไป"
นายกรัฐมนตรีระบุอีกว่ารัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายให้มีเมืองสมุนไพรใน 12 เขตสุขภาพ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้ 3.2 แสนล้านบาท และมูลค่าการใช้สมุนไพรในสถานบริการ 3,000 ล้านบาท โดยในปี 2559 จะมีเมืองสมุนไพรต้นแบบใน 4 จังหวัดคือ ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี เชียงราย และสกลนคร และสร้างอภัยภูเบศร บิสสิเนส โมเดล เป็นต้นแบบการยกระดับธุรกิจสู่สากล มุ่งเน้นให้ประชาชนไทยใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้หารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงการจัดหาพื้นที่เพื่อทำเอาท์เล็ทผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โดยเบื้องต้นได้พิจารณาพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์ส่วนพระมหากษัตริย์ย่านถนนราชดำเนิน ซึ่งมีความเป็นไทยสอดคล้องกับสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ใช้สืบต่อกันมาช้านาน พร้อมกันนี้ยังได้เข้าตรวจเยี่ยมการให้บริการรักษาผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรด้วย โดยได้พูดคุยกับแพทย์ พยาบาล เจ้าญาติผู้ป่วยอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับให้กำลังใจบุคลากรและมุ่งมั่นทำงานอย่างเสียสละ
ด้านนพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การมาของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ สร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานของบุคลากรอภัยภูเบศรมาก เนื่องจากช่วยเติมเต็มในส่วนที่ติดขัดมากมาย รวมถึงเพิ่มช่องทางในการขยายตลาดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้เพิ่มมากขึ้น
“การที่ท่านมีนโยบายจริงจัง สั่งการเป็นระยะทำให้เกิดการรวมตัวของเครือข่ายอย่างรวดเร็ว เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีประมาณ 30 หน่วยงาน ที่ร่วมมือกันทำงานตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและปลายทาง ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยขึ้นมาก่อน” ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าว



