
'บิ๊กตู่' ติดตามนโยบายพัฒนาธุรกิจสมุนไพร
นายกรัฐมนตรีติดตามการดำเนินงานนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ด้วยธุรกิจและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
9 มี.ค. 60 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ด้วยธุรกิจและผลิตภัณฑ์สมุนไพร
โดยจุดแรกได้เดินทางมาที่ คลินิกหมอครอบครัว สาขาศาลาไทย อ.เมืองปราจีนบุรี ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมพูดคุยกับผู้ที่มารับบริการ ซึ่งนโยบายหมอครอบครัวเป็นการส่งแพทย์เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อสอนเรื่องสาธารณสุขพื้นฐานเบื้องต้นแก่ประชาชนในการป้องกันโรค ส่งผลต่อการประหยัดงบประมาณในการรักษาพยาบาล พร้อมกับชมแม่น้ำปราจีนบุรี พร้อมสอบถามถึงระบบชลประทาน ช่วงหน้าแล้งนี้ ที่โครงการเขื่อนนฤบดินทรจินดา หรือ ห้วยโสมง ที่กักเก็บน้ำได้ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนผผลักดันน้ำเค็มต่อไป
จากนั้นนายกฯ เดินทางไปยังบริเวณโดมโรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง เพื่อพบปะกับประชาชนกว่า 2,000 คน ก่อนเดินทางไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อตรวจระบบการรักษาพยาบาลและดูความก้าวหน้าของโครงการเมืองสมุนไพร
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า “รัฐบาลได้กำหนดแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560 - 2564 เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1. ส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ 2. พัฒนาอุตสาหกรรม และการตลาดสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพระดับสากล 3. ส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยเพื่อการรักษาโรค และสร้างเสริมสุขภาพ 4. สร้างความเข้มแข็งของการบริหารและนโยบายของภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำชุดโครงการเพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรไทยเชิง เศรษฐกิจ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรตลอดห่วงโซ่มูลค่า (Value chain) ให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ วงเงินงบประมาณ 1,162 ล้านบาท กำหนดสมุนไพร Product Champions 4 ชนิด ได้แก่ ไพล ขมิ้นชัน กระชายดำ และบัวบก
"รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปีรองรับยุทยศาสตร์ประเทศไทย 4.0 กำหนดการพัตนาเมืองสมุนไพรต้นแบบใน 4 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี เชียงราย และสกลนคร และสร้างอภัยภูเบศร์ บิสสิเนส โมเดล (Abhaibhubejhr Business Model) เป็นต้นแบบการยกระดับธุรกิจสู่สากล มุ่งเน้นให้ประชาชนไทยใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น” พลเอกประยุทธ์ กล่าว
ด้าน นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เตรียมการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ระดับสากล เป็นผู้นำตลาดสมุนไพรของอาเซียนภายใน 3 ปี ด้วย 8 กลยุทธ์ คือ 1. เพิ่มช่องทางการกระจายสินค้า 2. เพิ่มการการยอมรับในกลุ่มวิชาชีพ 3. พัฒนาบรรจุภัณฑ์หีบห่อให้แข่งขันได้ 4. พัฒนาตลาดโดยบูรณาการกับการท่องเที่ยว 5. ขยายตลาดต่างประเทศร่วมกับเครือข่าย 6. สร้างงานวิจัยและนวัตกรรม 7. พัฒนาตลาดออนไลน์ และ 8. สร้างภาพลักษณ์ Thailand as Health Hub ในการพัฒนา สมุนไพรของจังหวัดปราจีนบุรี มีการดำเนินการจัดการด้านสมุนไพร โดยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรให้ปลูกสมุนไพรอินทรีย์ปลอดสารเคมีและที่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยผ่านมาตรฐาน Good Manufacturing Practice for Pharmaceutical Facility (GMP-PIC/S) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตยาชั้นสูงเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน มีการส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไปในประเทศญี่ปุ่น พม่า และจะขยายไปสู่ตลาดอาเซียน
รวมทั้งใช้การแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เน้นการดูแลแบบองค์รวม สอดคล้องกับสังคมวัฒนธรรมและวิถีชุมชน ในกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์อัมพาต กลุ่มโรคกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ กลุ่มโรคผิวหนัง เช่น โรคหนังแข็ง โรคสะเก็ดเงิน และการดูแลมารดาหลังคลอด เป็นการทำงานร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพ เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่งานวิจัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับการแพทย์แผนไทย และเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานในระดับนานาชาติ



