
อากาศแปรปรวนแต่ความรักและคิดถึงมั่นคง
น้อมนำคำสอน 'ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน' มาใช้กับตัวเอง
วันนี้สำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ให้ประชาชาชนเข้าไปรอกราบสักการะพระบรมศพ เวลา 04.50 น. โดยช่วงเช้าได้มีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อยทำให้ชุ่มฉ่ำเย็นสบาย ส่วนช่วงบ่ายท้องฟ้าแจ่มใสและอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับความรักและคิดถึงในหลวง ร.9 พสกนิกรจากทั่วสารทิศ อาทิ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช แพร่ ลพบุรี สระบุรี ขอนแก่น ยะลา มหาสสรคาม เป็นต้น จึงพร้อมใจกันเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง
ร.อ.วิรยุทธ นิลด่านกลาง และครอบครัว
ร.อ.วิรยุทธ นิลด่านกลาง อายุ 38 ปี พร้อมภรรยา ลูกสาววัย 3 ขวบ และเพื่อนอีก 1 คน เผยว่ามีโอกาสมาเป็นครั้งแรกโดยออกจากบ้านพักย่านบางเขน กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 07.00 น.ถึงบริเวณท้องสนามหลวงตอน 08.00 น. และได้เข้ากราบพระบรมศพเวลา 11 .00 น.ซึ่งจริงๆ แล้วอยากมาตั้งแต่แรกๆ ที่เปิดให้เข้ากราบสักการะ แต่ด้วยเวลาและโอกาสไม่อำนวย แต่ก็ได้ติดตามข่าวมาโดยตลอด เห็นประชาชนมากันจำนวนมากก็ปลื้มใจ นอกจากนี้ก็ได้เห็นว่าเจ้าหน้ามีการจัดระเบียบและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างดี พอมาเองก็รู้สึกดีใจ รอไม่นานก็ได้เข้ากราบ ตอนอยู่บนพระที่นั่งฯ แม้จะมีเวลาเล็กน้อย แต่ก็ได้อธิษฐานจิตให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย เป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ ได้พักผ่อนเสียทีเพราะทรงงานหนักมาทั้งชีวิตแล้ว
"ผมเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่พระองค์ท่านจะมีความสุข ผมมองว่าพระองค์ทรงเป็นพระโพธิสัตว์ตลอด เมื่อลงมาโปรดมนุษย์ซึ่งก็คือประชาชนของพระองค์แล้วก็ได้เวลาพักผ่อน สำหรับผมแล้วพระองค์ทรงเป็นทุกอย่างของคนไทย รู้ได้เลยว่าคนคนหนึ่งทำอะไรแบบนี้ยากมาก เสียสละเพื่อคนอื่น ซึ่งปกติคนเราจะรักตัวเอง และครอบครัวก่อนเสมอ แต่พระองค์คิดถึงแต่ประชาชน ผมภูมิใจที่ได้เป็นทหารของพระราชา นอกจากจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว เมื่อถึงวันที่ 4 ธันวาคม ของทุกปีก็มีโอกาสได้รับเสด็จบ้าง ผมรอที่จะได้ฟังพระราชดำรัสที่พระราชทานให้คนไทยทุกปี ฟังแล้วก็ได้ประโยชน์นำไปใช้ในการดำเนินชีวิต" ร.อ.วิรยุทธ กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
นางกลอยใจ เนตรชัยรัตน์ (ซ้าย)
นางกลอยใจ เนตรชัยรัตน์ อายุ 62 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มาพักอาศัยย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ หลายสิบปีแล้ว กล่าวว่า มากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งที 60 แล้ว เคยรอนานที่สุดถึง 13 ชั่วโมง แรกๆ ที่มามีเพียงแค่เต็นท์ให้คอยกันแดดกับหลบฝนเท่านั้น ยังไม่มีเก้าอี้ให้นั่งเหมือนทุกวันนี้ ต้องนั่งกับพื้น บางวันฝนตกหนักมาก แต่ก็ไม่มีใครท้อถอยเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนกลับตั้งใจรออย่างใจจดใจจ่อเพื่อที่จะได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อผู้ยิ่งใหญ่ในใจปวงพสกนิกรชาวไทย ถึงแม้จะมาถึง 60 ครั้งแล้วก็ตามหากแต่ความรู้สึกที่ได้กราบสักการะพระบรมศพนั้นไม่เคยต่างจากครั้งแรก คือเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ตื้นตันใจ น้ำตาก็ไหลออกมาทุกครั้งแม้แต่วันนี้ก็ยังไหลอยู่ ด้วยเพราะซาบซึ้งในหลักคำสอนของพระองค์ที่ทุกวันนี้ได้เปลี่ยนชีวิตตนเป็นคนใหม่ไปโดยปริยาย
"เมื่อก่อนเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวมาก ของแม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่เคยแบ่งให้ใครแม้แต่เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่พอได้ฟังหลักคำสอนของในหลวง ร.9 เรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต้องมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ ทุกวันนี้เรามีอะไรไม่ว่าจะเป็นกับข้าว ผัก หรือของใช้นิดๆ หน่อยๆ ก็จะแบ่งให้เพื่อนบ้านและคนอื่นที่เดือดร้อนและมาขอความช่วยเหลือ ทุกวันนี้ตัวเราเองก็ยังน้อมนำคำสอนของในหลวงร.9 เรื่องความมีน้ำใจ และเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตมาสอนลูกหลาน โดยเฉพาะเรื่องความซื่อสัตย์เราจะบอกพวกเขาเสมอว่า ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน" นางกลอยใจกล่าวด้วยความภูมิใจ



