ข่าว

สุรพงษ์ แห้ว สนช.ลงมติไม่รับเอกสารเพิ่มเติมคดีถอดถอน

สุรพงษ์ แห้ว สนช.ลงมติไม่รับเอกสารเพิ่มเติมคดีถอดถอน

09 มี.ค. 2560

สุรพงษ์” แห้ว สนช.ไม่อนุญาตเพิ่มพยานหลักฐานแก้ต่าง 5 รายการ ปมออกพาสสปอร์ต”ทักษิณ” พร้อมนัดแถลงเปิดสำนวนคดี 16 มี.ค.

          9 มี.ค.60- ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น.มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องด่วนเพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักขณ์ชัยกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศออกจากตำแหน่ง (กรณีออกหนังสือเดินทางธรรมดาให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น)โดยมิชอบ)ตามมาตรา 6 วรรคสองรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 ประกอบมาตรา 24 พ.ร.บ.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ.ศ.2557 ข้อ149

           ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณารายการขอเพิ่มเติมพยานหลักฐาน 5 รายการของนายสุรพงษ์ ได้แก่ 1.หนังสือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงวันที่15มิ.ย.2559 เรื่องขอทราบผลการตรวจสอบการจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนให้นายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. 2.หนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน( สตง.) ลงวันที่ 22 ก.ค.2559 ซึ่งผู้ว่าสตง.ได้แจ้งประธาน ป.ป.ช.เกี่ยวกับการเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนจากนายภักดี แต่ป.ป.ช.ได้ปฏิเสธว่านายภักดีไม่ได้ถูกถอดถอน 3. รายงานการประชุมของ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงวันที่ 10 เม.ย. 2555 เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายภักดีขณะที่ทำหน้าที่กรรมการป.ป.ช.และได้เข้าร่วมประชุมด้วย และรายการที่ 4.และ 5.เป็นรายงานการประชุม ป.ป.ช. ที่มีคนนอกเข้าร่วมประชุม

          นายสุรพงษ์ ได้ชี้แจงขอเพิ่มพยานหลักฐานว่า นายภักดี โพธิศิริ ขาดคุณสมบัติ ในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจากไม่ได้ลาจากกรรมการของบริษัทตามกฎหมาย องค์การเภสัชกรรมเมอริเออร์ชีววัตถุ จำกัด จึงถือว่าขาดคุณสมบัติ เป็นบุคคลภายนอก จะมาเข้าร่วมประชุมร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาคดีของตนไม่ได้ ทั้งนี้เป็นคนละบริษัทที่นายภักดีเคยถูกยื่นถอดถอดมาก่อน ซึ่งผู้ว่าสตง.ก็ได้ชี้ว่าขาดคุณสมบัติไม่ได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพราะไม่ได้ลาออกจากบริษัทภายใน 15 วัน และมีหนังสือไปยังกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนคืน แต่ทางป.ป.ช.ก็ระบุว่านายภักดีไม่ได้ถูกถอดถอน และเรื่องดังกล่าวจบไปแล้ว นอกจากนี้การขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานรายการที่ 4 และรายการที่ 5 เป็นเอกสารายงานการประชุมที่มีคนนอก คือ นายปรีชา เลิศกมลมาศ และพล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง เป็นกรรมการ ป.ป.ช. แต่ที่มาขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 309 และขัดต่อประกาศ คปค.ฉบับที่ 19 ซึ่งหากให้ตนได้เพิ่มพยานหลักฐานเหล่านี้ตนจะชี้แจงในวันแถลงเปิดคดีว่าขัดต่อกฎหมายอย่างไร

          ด้านน.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ได้คัดค้านการเพิ่มเติมพยานหลักฐานทั้ง 5 รายการ โดยชี้แจงว่า นายภักดีมีคุณสมบัติครบถ้วน ในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพราะได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทตามกฎหมายทุกบริษัท ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือหนังสือถือเป็นการแสดงเจตนารมย์ ซึ่งวุฒิสภาก็ไม่ได้มีมติถอดถอน ก็ถือว่าจบไปแล้ว นอกจากนี้คุณสมบัติของนายภักดีไม่เกี่ยวกับสำนวนคดีและการกระทำความผิดของนายสุรพงษ์ ส่วนการคัดค้านว่า นายปรีชา และ พล.ต.อ.สถาพร ว่า ยืนยันว่าการได้มาของทั้งสองคนถูกต้องตามประกาศคปค.และรัฐธรรมนูญ

          จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเสียงข้างมากไม่อนุญาตให้นายสุรพงษ์เพิ่มเติมพยานหลักฐานทั้ง 5 รายการ และมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่สรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานอันจำเป็นของคู่กรณี พร้อมได้นัดประชุมสนช.เพื่อแถลงเปิดสำนวนคดีของคู่กรณีในวันที่ 16 มี.ค.