ข่าว

 เก็บตก'มุก'ในม็อบกับ...ผู้การฯแต้ม

เก็บตก'มุก'ในม็อบกับ...ผู้การฯแต้ม

30 ส.ค. 2552

บ่อยครั้ง...ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สำแดงพลังเคลื่อนกำลังมวลชนสวมเสื้อสีแดงนับหมื่นๆ ไปกดดันรัฐบาลตามที่ต่างๆ หรือแม้แต่บ้านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมกับกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลประชาธิปัตย์

ส่งผลให้บรรดานายตำรวจน้อยใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ต่างงัดมาตรการออกมารับมือ นอกเหนือจากการส่งคนไปเจรจากับแกนนำ เพื่อลดดีกรีความร้อนแรงลง...จนเกิดเป็น 'มุก' ในม็อบฉบับขำๆ คลายความตึงเครียดจากสถานการณ์อันเร่าร้อน

 ในฐานะผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ชั้นในที่สารพัดม็อบใช้เคลื่อนไหวแสดงออกทางการเมือง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เลยต้องเป็นด่านหน้ารับผิดชอบเจรจากับแกนนำสารพัดม็อบ และครั้งนี้เขาได้เผชิญหน้ากับม็อบสีแดงนับหมื่นชีวิตที่ทยอยเข้ามาสมทบกันบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อเคลื่อนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 8 เมษายน

 ตะวันบ่ายคล้อยเที่ยงไปแล้วแดดหน้าร้อนร้อนจัด ยิ่งมีคนมารวมตัวกันมากๆ เช่นนี้ส่งให้อากาศยิ่งร้อนอบอ้าว ผนวกกับเสียงปลุกเร้ามวลชนจาก "จตุพร พรหมพันธุ์" และ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" แกนนำที่ประจำอยู่บนรถหกล้อประดับธงแดงโบกสะพัดพละพลิ้วตลอดถนนศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปแยกสี่เสาเทเวศร์ ก็ต้องเจอกับป้อมปราการของตำรวจกว่า 300 นาย ตรึงกำลังปิดเส้นทางมุ่งสู่บ้านป๋าเปรม

 ที่นี่ตำรวจขอตรวจค้นอาวุธแต่กลุ่มผู้ชุมนุมแข็งขืนไม่ยินยอม การเจรจาระหว่าง พล.ต.ต.วิชัย หรือผู้การแต้มมือปราบหูดำ กับจตุพรและณัฐวุฒิ ยกแรกจึงเปิดฉากขึ้นนานกว่า 15 นาที โดยผู้การแต้มบอกไปว่าการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่จะเข้าบ้านป๋าเปรมไม่ได้ ผมไม่ยอม แกนนำทั้งสองก็ตอบตกลง ตำรวจจึงยอมเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนต่อไปได้ ส่วนผู้การแต้มก็ผละออกมายืนหน้าบ้านป๋าเปรม จนกระทั่งแกนนำทั้งสองมาเจอหน้าเข้าอีกครั้ง จึงหยอดมุกทำเอาคนถูกแซวถึงกับจุกพูดแทบไม่ออก

 "เสื้อแดงปรบมือให้พี่แต้มด้วย พี่แต้มสัญญากับผมว่าจะพาพวกเราบุกเข้าบ้านป๋าเปรมเอง" พล.ต.ต.วิชัย เลียนแบบแกนนำ นปช.ทั้งสอง ก่อนจะสะท้อนสีหน้ายามนั้นแล้วอุทาน "...อู๊ยยยยยยยยยยยย ตาย...แล้วววววว"

 "พอเขาเห็นผมหน้าเสีย โกรธๆ เลยบอกว่าขอโทษครับพี่แต้ม ผมล้อเล่น สร้างอารมณ์ขัน" มือปราบหูดำปล่อยเสียงหัวเราะครืน ก่อนจะพูดว่า "แค่นี้..กรูก็ตายแล้ววววว (ฮา)"

 เหตุการณ์วันนั้นกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.สามารถยึดพื้นที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ได้สำเร็จ และทำตามที่เจรจาตกลงกันไว้ว่า จะไม่มีการบุกรุกเข้าบ้านป๋าเปรม เพียงแค่ตั้งเวทีปราศรัยโจมตีอยู่หน้าบ้าน แล้วเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดภาพและเสียงไปยังเวทีหลักที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางกองกำลังตำรวจนครบาลที่คุมเข้มอยู่หน้าบ้านประธานองคมนตรีกว่า 900 นาย

 วันนั้นผ่านพ้นไปวันใหม่ก้าวเข้ามา พร้อมกับมุกฮาๆ ตามแบบฉบับตำรวจกับม็อบ ครั้งม็อบเสื้อแดงบุกทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือนเดียวกัน จตุพร พรหมพันธุ์ (อีกแล้ว...ฮา) แกนนำ นปช.เจอหน้า พล.ต.ต.วิชัย จึงยิงมุกเข้าใส่อย่างคนกันเอง

 "พี่แต้มเปิดทางให้พวกผมเถอะ รับประกันว่าผมไม่บุกเข้าไปทำเนียบ ถ้าผมชนะแล้ว ผมจะให้พี่แต้มเป็น ผบ.ตร.สีแดงคนแรก" ถึงตอนนี้ พล.ต.ต.วิชัย ถึงกับปล่อยหัวเราะพรืดแล้วอุทาน...อีกตามเคย

 "อุ๋ยยยยย ?!! ตายห่...หาคุกให้กรูอีกแล้ว" พล.ต.ต.วิชัย เล่าเคล้าเสียงหัวเราะ เมื่อจู่ๆ ม็อบสีแดงก็จะเลื่อนขั้นเลื่อนยศจากผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ยศ พล.ต.ต.ไปครองยศเป็น พล.ต.อ.นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.ผู้นำตำรวจกันแบบก้าวกระโดด หากว่าไม่ติดคุกเสียก่อน (ฮา ฮา) 

 อีกเรื่องที่ยังอยู่ในความทรงจำ (เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ใช่ความทรงจำสีแดง-อิอิ) คือเมื่อครั้งเดินทางไปดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมกับ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. โดยกลุ่มคนเสื้อแดงมีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธบุคคลภายนอกที่จะเข้าไปในบริเวณที่ชุมนุมทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามเข้าไปแทรกซึม หรือนำอาวุธเข้าไปก่อความรุนแรง แต่กับตำรวจแล้ว พล.ต.ต.วิชัย ยืนยันว่า ไม่เคยมีปัญหาอะไร เคยเข้า-ออกอย่างไรก็ทำอยู่อย่างนั้น ไม่มีการตรวจค้น แต่ไม่ใช่วันที่เขาไปกับ ผบช.น. เสื้อแดงคนหนึ่งยืนอยู่บนหลังคารถตะโกนลงมาเสียงดังฟังชัด ทำเอาตำรวจหน้าแดงสลับเป็นเขียวแล้วกลับมาแดงอีกครั้ง

 "ตำรวจมีมารยาทซะมั่ง จะเข้าไปข้างในก็ให้มีการตรวจค้นซะมั่ง"

 "...เฮ้ยยยยย ใครมีอำนาจตรวจค้นตามกฎหมายกันแน่วะ" พล.ต.ต.วิชัย ตั้งคำถามในใจอย่างคลางแคลง ก่อนจะหันไปสบตา ผบช.น. ที่กำลังส่ายหัวด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ถึงกับบ่นออกมาเบาๆ

 "หมดแล้ววววว...ตำรวจเรา ?"

 นี่คือบางส่วนของความทรงจำ มุกในม็อบ ที่ ผบก.น.1 ได้เผชิญด้วยตัวเอง เขาบอกว่าการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมหรือบรรดาม็อบหลากสี ต้องมีลูกล่อลูกชน ใช้มุกตลกเข้าแทรกบ้างตามเวลาบางโอกาส เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีความตึงเครียดตลอดเวลา ต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ต้องทนกับความหิวโหย และแต่ละคนมาจากการศึกษาหลายระดับ หลากอารมณ์ จะใช้ไม้แข็งตลอดไม่ได้ บางเรื่องสามารถผ่อนปรนได้ก็ทำ จะช่วยให้ผ่อนคลาย บางทีก็ต้องใช้หลักประชาชนเข้ามาดูแล แต่ถ้าทำผิดกฎกติกาเมื่อไรก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 เหมือนกับกรณีของ "วรัญชัย โชคชนะ" นักเคลื่อนไหวที่คุ้นหน้าคุ้นตาตำรวจและนักการเมืองมาทุกยุคทุกสมัย นำมวลชนมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่รัฐบาลและยื่นข้อเรียกร้อง โดยนัดให้ตัวแทนรัฐบาลออกมารับข้อเรียกร้องตอนบ่ายโมง แต่แค่เที่ยงวันผู้ชุมนุมราว 30 คนก็มาปิดถนนแล้ว ทั้งที่ตอน 5 โมงเย็น "ฮิลลารี คลินตัน" รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะต้องเข้าพบนายกรัฐมนตรี มือปราบหูดำจึงต้องสำแดงเดชเอาบ้าง เพราะจะให้คนแค่ 20-30 คนมาทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายไม่ได้

 "ผมอัดเสียงประกาศผ่านลำโพง ถ้าบ่าย 2 โมงไม่ออกเดี๋ยวเอาเรื่องแน่ แล้วเรียกกำลังมาเคลียร์พื้นที่และจะจับแกนนำ วรัญชัยก็โต้แย้งว่าจะจับข้อหาอะไร ผมบอกไป เดี๋ยวก็รู้ และต่อไปจะไม่ได้รับความสำคัญจากผมอีก ทุกอย่างก็คลี่คลาย...บางทีมันก็ต้องมีบทโหดบ้าง แต่ถ้าม็อบดีเราก็ให้อภัย" พล.ต.ต.วิชัย ย้ำอย่างหนักแน่น แต่ถึงแม้ไม่ได้บอกเคล็ดลับก็พอจับจุดได้ว่า ผู้การแต้มรู้เขารู้เราดีนั่นเอง โดยเฉพาะนักเคลื่อนไหวนามวรัญชัยที่คุ้นหน้ากันมานาน จึงจัดการแก้ไขได้ถูกจุด

 บางทีหมดงานนี้อาจจะมีหนังสือเล่ม 3 ออกมาต่อจาก "มือปราบหูดำ" และ "เมื่อถึงบุรีรัมย์ก็หำช้ำ" กับชื่อเรื่องกิ๊บเก๋ทำนอง "เก็บตกมุกในม็อบ" อะไรเทือกๆ นี้ก็เป็นได้...อิอิ

 ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง