
ยัน ไม่ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข
"บิ๊กตู่" ลงพื้นที่ปราจีนบุรี ลั่นไม่ขอให้ใครรัก แต่ขอความร่วมมือ ยันไม่ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข
9 มี.ค. 60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะเดินทางมายังโรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อพบปะกับประชาชนกว่า 3000 คน ที่มารอให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนดีใจที่ได้เห็นความก้าวหน้าในการจัดการของปราจีนบุรีซึ่งเป็นตามแผนงานที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้วางไว้ และเมื่อได้เยี่ยมคลินิคครอบครัวและการจัดการด้านสาธารณสุข มีการเตรียมการสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับการปฏิรูปด้านสาธารณสุข ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพอยู่แล้ว จึงขอให้นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้
ขณะที่โครงการเมืองสมุนไพรปราจีนบุรีมีการนำร่องอยู่แล้ว ซึ่งการใช้สมุนไพรจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้และต้องเตรียมการเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งยอมรับว่าน่ากังวลที่รัฐบาลต้องดูแล และมีรายจ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้น แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยตัดหรือลดรายจ่ายในส่วนนี้ และไม่ได้ขาดเงินอย่างที่กล่าวอ้างและไม่ได้รีดเก็บภาษีจากประชาชน แต่ต้องการควบคุมการเสียภาษีให้ถูกต้องและหากมีการละเลยไม่สุจริตจะตรวจสอบทั้งหมด ไม่เช่นนั้นประเทศจะล้มละเลย ซึ่งที่ผ่านมาอ้างว่าการเก็บภาษีทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงดำเนินการใดๆ ไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการประเมินจากหน่วยงานภายนอกว่าไทยมีความทุกข์น้อยที่สุดตั้งแต่ปี 2557-2559 มีหลายอย่างดีขึ้น จึงขออย่าฟังใครบิดเบือน และอย่ามองเพียงเฉพาะกลุ่ม เพราะรัฐบาลดูแลทุกกลุ่มตั้งแต่ฐานราก ผู้มีรายได้น้อย เพื่อนำไปสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 แต่สิ่งที่มีปัญหาคือรายได้ไม่เพียงพอ มีความเหลื่อมล้ำ การศึกษาพัฒนาคน
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้มาในฐานะนักการเมือง ไม่ต้องการให้ใครรัก แต่ต้องการความร่วมมือ และไม่ได้มาหาเสียง พูดแล้วทำได้เพียงส่วนน้อย ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมาพยายามทำทุกอย่างเต็มที่ แต่มีการต่อต้าน ไม่เข้าใจ แต่เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งส่วนตัวไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ว่าอะไรเพราะทุกคนเป็นคนไทย อย่างไรก็ตาม วันหน้าต้องเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว แต่ต้องดูว่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไร จึงขออย่าให้บิดเบือน ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศไทยที่ต้องยอมรับ ไม่ใช่แก้ด้วยกฎหมาย แต่ต้องแก้ด้วยทุกคน
"ขอทุกคนอย่าคิดแต่เรื่องอยากมีอำนาจให้คนเคารพนับถือ เพราะทุกวันนี้ปั่นป่วนกันแต่เรื่องอำนาจ ทุจริต จึงต้องคิดว่าอำนาจต้องได้มาจากประชาชน ที่มีความเข้าใจ ไม่ใช่เข้ามาแล้วใช้อำนาจมาแล้วทำอะไรก็ได้ แต่ต้องมีธรรมาภิบาลในการบริหารด้วย ขณะเดียวกันได้ยังกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ผู้ว่าฯ ของรัฐบาลนี้ต้องทำทุกเรื่อง เช่นเดียวกับตนเองที่เป็นรัฐบาลต้องสั่งการทุกเรื่อง ดังนั้น การเป็นหัวหน้ารัฐบาล จึงต้องรู้ทุกเรื่อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ลั่นหากชุมนุมผิดกม.ยกโทษให้ไม่ได้ วอนอย่าอ้างรบ.-คสช.ละเมิดสิทธิ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ว่าชุมนุมที่ใดก็ต้องใช้กฎหมายเดียวกัน ต้องขึ้นศาลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่ผิดก็ต้องต่อสู้คดี ไม่สามารถยกโทษให้ใครได้ เพราะจะเสียหายไปหมดทุกเรื่อง ซึ่งทุกคนคงเข้าใจว่าส่วนตัวพูดถึงอะไร หากวันนี้ส่วนตัวไม่อยู่อาจจะสบายหูแต่อาจจะไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุดในช่วงที่ยังสามารถทำให้ได้
"ขออย่าให้ใครนำเรื่องรัฐธรรมนูญมาอ้าง เพราะรัฐธรรมนูญเขียนเพื่อปวงชนชาวไทยทุกคน แต่การบังคับใช้รัฐธรรมนูญมาจากกฎหมายลูกที่กำหนดไว้หลายพันฉบับ อย่าให้ใครอ้างว่ารัฐบาลหรือ คสช. ละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกันยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการใช้กำลังหรือกฎหมาย แต่ขณะนี้มาตรา 44 ก็ใช้ไม่ได้ หากคนไม่เชื่อก็จะเกิดการใช้กำลัง จนเจ้าหน้าที่ถูกต่อว่าอยู่แบบนี้ จึงขอให้ทุกคนร่วมมือและมีหลักคิด ส่วนกรณีวัดพระธรรมกาย ผิดถูกหรือเปล่าส่วนตัวไม่ทราบ เป็นเรื่องของศาสนา แต่ไม่มีใครฝ่าฝืนกฎหมายได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.



