
พลิกไร่ข้าวบนเขาแล้งปลูก”สตรอว์เบอร์รี่”ปลอดสาร
อดีตพนักงานบริษัท พลิกไร่ข้าวบนเขาแล้งซ้ำซาก ปลูกสตรอว์เบอร์รี่ปลอดสารแบบขั้นบันได ต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่
วันที่ 9 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจหลั่งไหล ไปยังไร่ศวิญญู หมู่11บ้านนาหน่ำ ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ แม้จะอยู่ไกลจากตัวจังหวัดกว่า 150 กิโลเมตรและอยู่บนภูเขาก็ไม่เป็นอุปสรรค เนื่องจากความสดและปลอดสารพิษของสตรอว์เบอร์รี่แห่งแรกของ จ.อุตรดิตถ์ ที่เกิดจากความพากเพียรพยายามของนางสุธิณี สิงห์ดา อายุ 44 ปี อดีตพนักงานบริษัทเอกชน ที่พลิกดินบนเขาแล้งซ้ำซาก ทำไร่สตรอว์เบอร์รี่ปลอดสารแบบขั้นบันได ตามแนวพ่อหลวง รัชกาลที่ 9
นางสุธิณี กล่าวว่า เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาตัดสินใจลาออกจากงานในตำแหน่ง หัวหน้าแผนกบัญชีของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว และผันตัวเองมาทำการเกษตรด้วยการยึดแนวทางพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่การเกษตร ที่เป็นภูเขาและไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ อาศัยเพียงน้ำฝน และเลือกทำเกษตรที่แตกต่าง ไม่มีในพื้นที่เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาด้านการตลาด ที่สำคัญต้องมีกินมีใช้ตลอดทั้งปี
ครอบครัวมีที่ดิน 30 ไร่ ใช้ปลูกพืชไร่ข้าวและข้าวโพด หลังประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากจึงปล่อยทิ้งร้างไว้ เต็มไปด้วยต้นไผ่ จึงตัดสินใจจัดสรรที่ดิน สร้างบ้าน ขุดสระเก็บน้ำฝน 2 ลูก เลี้ยงปลา ปลูกไม้ผลต่างๆ พืชสวนครัว และนำกล้าสตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์พระราชทาน 80 มาปลูกแบบขั้นบันได ที่สามารถช่วยลดการไหลบ่าของน้ำและควบคุมการชะล้างพังทลายของดินประหยัดน้ำด้วยการติดตั้งระบบน้ำหยด และสปริงเกอร์ ฉีดพรมหล่อเลี้ยง นำฝางข้าว แกลบปิดคลุมรักษาความชุ่มชื้น ทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพในการบำรุงโดยไม่ใช้สารเคมี
ทั้งนี้ เริ่มจากปลูก 2 งานพบว่า ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ จึงขยายเป็น 2 ไร่ ผลผลิตปีนี้เฉพาะสตรอว์เบอร์รี่เกรดเอ ได้ผลผลิต 700 กิโลกรัม ราคา 400 ต่อกิโลกรัม พร้อมปรับพื้นที่ให้สวยงาม ต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของ อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ เปิดให้เข้าชมฟรี ทั้งนี้อยากให้ชาวฟากท่าและจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ชม ชิม สตรอว์เบอร์รี่ปลอดสาร โดยไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัด แต่ผลตอบรับเกินความคาดหมายนักท่องเที่ยวเดินทางมายังไร่อย่างต่อเนื่อง และสามารถถือตะกร้าเก็บสตรอว์เบอร์รี่ผลสีแดงสด รสชาติหอมหวานจากต้นทานได้เลย และยังมีผลิตสตรอว์เบอร์รี่แปรรูปไว้จำหน่ายอีกด้วย
นางสุธาณี กล่าวว่า หลายคนมองว่าสตรอว์เบอร์รี่ไม่สามารถนำมาปลูกในพื้นที่ซึ่งมีความแห้งแล้งได้ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้ทำการคิดค้นพัฒนาสายพันธุ์สตรอเบอรี่ให้สามารถปลูกในประเทศไทยหรือพื้นที่ที่มีอากาศร้อนหรือความแห้งแล้งได้ สตรอว์เบอร์รี่ให้ผลผลิต 2 เดือนช่วงอากาศหนาวหรือเย็น หลังจากนั้นภายในไร่ยังมีพืชอื่นๆ มากมาย ที่ให้ผลผลิตตามฤดูกาล โดยมีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000 บาท หากประหยัดและเก็บออม อยู่ได้แบบลืมชีวิตในเมืองใหญ่ไปเลย



