
เปลี่ยวเหงาวังเวงในฝูงชน
อ่านข่าวคราวการเตรียมการของฝ่ายรัฐบาลและความมั่นคงตั้งรับการชุมนุมของคนเสื้อแดงแล้ว จะเห็นภาพคล้ายๆ กับว่าบ้านเมืองนี้อยู่ในภาวะสงครามการเมือง หรือไม่ก็ใกล้ๆ ถึงระดับนั้น
ถามว่าทำไมถึงต้องมีปัญหาทำให้ทุกฝ่าย ตำรวจ ทหาร พลเรือน ประชาชนชาวบ้านต้องเตรียมการสำหรับการชุมนุมของคนเสื้อแดงขนาดนี้ ใครต้องรับผิดชอบ ที่บ้านเมืองต้องตกอยู่ในภาวะไม่ปกติมาหลายปี แม้ว่าคนเสื้อแดงจะเลื่อนการชุมนุมในวันอาทิตย์ออกไป แต่ดูเหมือนว่าความไม่ปกติจะยังคงดำเนินต่อไป พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านคือไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว คอยดูว่าใครจะขู่ว่าจะชุมนุมใหญ่เมื่อไร
ทุกคนต้องหาทางป้องกันความรุนแรง ทำไมการชุมนุมเช่นนี้จึงเกิดภาพว่าจะมีความรุนแรงทุกครั้ง และทำไมต้องใช้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองขนาด 37 กองร้อย เพื่อจะตั้งรับการชุมนุม ซึ่งเป้าหมายที่ว่านั้น ประกาศเพียงแต่ว่าต้องการที่จะแสดงความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยต่อรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น
แต่เหตุการณ์สงกรานต์เลือด กรณีที่มีคนเสื้อแดงบุกเข้าไปในโรงแรมพัทยา จนการประชุมสุดยอดอาเซียนพังสลาย เหตุการณ์ทุบรถนายกรัฐมนตรี และกรณีคล้ายๆ กันเช่นนี้ ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจว่าคนเสื้อแดงรวมตัวกันแล้วจะมีใครสามารถควบคุมให้อยู่ในกรอบที่ควรจะเป็นและทำให้ประชาชนคนไทยเชื่อว่านี่คือการชุมนุมอย่างสันติ ตามกรอบสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ไว้
กฎเหล็กที่ประกาศโดยรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ, ผบ.ตร., ผบ.ทบ., รมว.กลาโหม เห็นไหมว่าเรื่องแค่นี้ต้องดึงเอาทุกคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคงมาประชุม ถกเถียง มาตั้งกติกา และความไม่สะดวกนานาประการ
หนึ่งในกฎเหล็กนั้นคือ การห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะใน 3 เส้นทาง ได้แก่ ถนนนครปฐม ถนนลูกหลวง และเส้นทางคู่ขนานของถนนราชดำเนินนอก ฝั่งติดรั้วทำเนียบรัฐบาล
บรรยากาศเช่นนี้ ประชาชนทั่วไปที่ต้องการเห็นบ้านเมืองฟื้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ ต้องการเห็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเป็นไปตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น ต้องรู้สึกเศร้า รันทด และมองไม่เห็นว่าการชุมนุมเช่นนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทางที่ดีขึ้นได้อย่างไร
ไม่ต้องเอ่ยขึ้นคลิปที่กำลังฉาว เพราะถูกกล่าวหาว่าไปตัดต่อเสียงของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้าคนจำนวนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเสียงจริง และนายกฯ พูดจริงก็จะสามารถก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย เพราะเท่ากับว่านายกรัฐมนตรีต้องการใช้ความรุนแรงเมื่อคราวเดือนเมษายน คราวนี้ก็อาจจะใช้ถ้าหากคลิปที่ว่านี้สะท้อนความเป็นจริงแม้แต่เพียงเสี้ยวเดียวก็ตาม
ทั้งสิ้นทั้งปวงคือคำอธิบายว่าทำไมการเผชิญหน้าทางการเมืองของประเทศไทย ทำไมคนที่อยู่ต่างประเทศอย่างคุณทักษิณ ชินวัตร จึงยังดำเนินกิจกรรมที่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้แก่สังคมไทยจนถึงทุกวันนี้
ความสำนึกของคนไทยที่ต้องการเห็นชาติบ้านเมืองก้าวไปข้างหน้าหายไปไหนหมด หรือการชุมนุมเช่นนี้จะเกิดประโยชน์แก่ใครบ้าง เป็นคำถามที่ทุกคนต้องการคำตอบ ยกเว้นคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงจากความรุนแรงเพื่อประโยชน์ อำนาจและเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของตนเท่านั้น
สุทธิชัย หยุ่น



