
อาการเด็กเงือกไม่น่าห่วงกลับบ้านได้แล้ว
แพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เผยอาการทั่วไปของเด็กเงือกไม่น่าเป็นห่วง กลับบ้านได้ เร่งศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนไตในเด็กเล็ก พร้อมตั้งกองทุนช่วยเหลือเด็กพิการป่วยอื่นๆ ในอนาคต
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นพ.ศิริชัย ศิลปอาชา รองผู้อำนวยการ ด้านบริการตติยภูมิ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวถึงอาการของ ด.ญ.ณิชาภา ทารกชาวพม่า มีความผิดปกติท่อนขาด้านล่างติดกันคล้ายเงือก ที่เรียกว่า Mermaid syndrome (Sirenomelia) พักรักษาตัวอยู่ห้อง 509 ชั้น 5 หอผู้ป่วยพิเศษรวม โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ภายหลังเดินทางกลับมาจากการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีมารดาชาวพม่า ซึ่งอยู่ในอาการซึมเศร้าคอยดูแลไม่ห่าง เพราะรับทราบถึงชะตากรรมของบุตรสาวว่ามีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก เนื่องจากการทำงานของไตผิดปกติ ซึ่งขณะนี้เด็กมีอายุ 21 วัน อาการทั่วไปปกติดี สามารถดื่มนมและขับถ่ายได้ แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องไตที่ผิดปกติมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์
นพ.ศิริชัย กล่าวว่า แนวทางการรักษานั้น ได้ปรึกษากับโรงพยาบาลในส่วนกลาง เพื่อหาข้อมูลว่าจะสามารถเปลี่ยนไตให้เด็กน้อยได้หรือไม่ เนื่องจากยังมีอายุน้อยมาก จากการศึกษาข้อมูลพบว่า เคยมีการผ่าตัดเปลี่ยนไตให้เด็กที่มีอายุน้อยสุด 5 ขวบ แต่สำหรับเด็กคนนี้มีอายุเพียง 21 วัน อาจจะต้องรอให้โตกว่านี้ รวมถึงการหาไตที่มีขนาดเล็กก็เป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นต้องรอคำตอบจากส่วนกลาง คาดว่าจะทราบผลในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอาการของเด็กโดยทั่วไปไม่มีอะไรน่าห่วง ยกเว้นเรื่องความผิดปกติของไต ซึ่งแพทย์ก็ให้ยาเพื่อประคับประคองไว้ ขณะนี้สามารถกลับบ้านได้แล้ว แต่สิ่งที่อาจจะเป็นปัญหา คือ เรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาล และสืบเนื่องจากความผิดปกติของทารกชาวพม่าคนนี้ จึงมีแนวคิดในการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กพิการที่มีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ในอนาคต โดยเริ่มต้นจากการช่วยเหลือทารกชาวพม่า แม้ว่าจะไม่มีการจัดเก็บค่ารักษาพยาบาล แต่จะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เกิดจากการรักษาพยาบาล ซึ่งขณะนี้มีผู้แจ้งความจำนงเข้ามาแล้วหลายราย คาดว่าจะเป็นรูปเป็นร่างได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้



