
หนุ่มเวียดนามพ้นคุก-บก.น.2 ยันตั้งกก.สอบตร.โคกคราม
หนุ่มเวียดนามพ้นคุกแล้ว หลังถูก ตร.สน.โคกคราม จับยัดห้องขัง ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ 8 แสนบาท เจ้าตัวปิดโทรศัพท์ บก.น.2 ยันตั้งกรรมการสอบ ตร.โคกคราม
จากกรณี "คม ชัด ลึก" นำเสนอข่าวการกระทำไม่ชอบมาพากลของตำรวจ สน.โคกคราม ที่จับกุม นายเงียน ฮ้วย ท้อง หรือ น้อย อายุ 27 ปี ชาวเวียดนาม พนักงานรับรถร้านอาหารย่านเกษตรนวมินทร์ ถึง 2 ครั้ง ในข้อหาร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ 8 แสนบาท โดยครั้งแรกจับกุมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ชาวบ้านย่านร้านอาหารดังกล่าวเห็นว่าตำรวจไม่มีหมายจับ ไม่มีหลักฐานใดๆ จึงไปสอบถามที่ สน.โคกคราม ทำให้ตำรวจยอมปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม แต่วันต่อมาตำรวจได้สเก็ตช์ภาพคนร้ายออกมาได้ทั้งแก๊ง ซึ่งมีความไม่ชอบมาพากลอีกเช่นกัน เพราะเหตุการณ์ปล้นดังกล่าวผ่านมานานประมาณ 7-8 เดือนแล้ว ต่อมาตำรวจนำภาพสเก็ตช์ไปขอหมายจับจากศาลและจับกุมนายน้อยอีกครั้งเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้นายน้อยยังถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นั้น
รายงานข่าวความคืบหน้าล่าสุดแจ้งว่า ค่ำวานนี้ (28 ส.ค.) พนักงานสอบสวน สน.โคกครามได้นำหมายศาลไปขอเบิกตัวนายเงียน ฮ้วย ท้องออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว แต่เมื่อผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการถูกปล่อยตัวจากนางลี ภรรยาซึ่งก็ยอมรับว่าสามีได้ออกจากเรือนจำแล้ว แต่นายเงียน ฮ้วย ท้องนั้นไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดและปิดโทรศัพท์
ด้านพ.ต.อ.พัลลภ สุวรรณบัตร รอง ผบก.น. 2 กล่าวว่า ได้รับรายงานผลการสอบสวนจาก พ.ต.ท.จักรกฤช หอมทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.โคกครามแล้ววานนี้ว่า คดีที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการจับกุมโดยมิชอบ แต่เป็นการเชิญตัวมาสอบสวนในคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ ส่วนที่มีข่าวมีการซ้อมและการเรียกรับเงินจากผู้ต้องหานั้นเรื่องนี้จะต้องมีการสอบสวนเพื่อหาข้อสรุปให้ได้ และบ่ายวันนี้จะรายงานให้พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 ทราบ ส่วนที่มีการปล่อยตัวนายเงียน ฮ้วย ท้องยังไม่ทราบเรื่อง แต่ก็จะสั่งการให้พ.ต.ท.จักรกฤษรายงานให้ทราบอย่างเร่งด่วน
พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 กล่าวถึงคดีที่ตำรวจ สน.โคกครามจับนายเงียน ฮ้วย ท้อง ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยให้พ.ต.อ.พัลลภ สุวรรณบัตร รอง ผบก.น. 2 เป็นประธาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการ ส่วนเรื่องการเบิกตัวหนุ่มเวียดนามออกจากเรือนจำแล้วปล่อยตัวกลับบ้านนั้นยังไม่ทราบ
พล.ต.ต.สาโรจน์กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ต้องทำตามขั้นตอน และยังไม่สามารถตอบได้ว่าขณะนี้มีการสอบสวนไปถึงไหน เพราะอยู่ระหว่างทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบว่าตำรวจกระทำการมิชอบก็ต้องถูกดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ต้องถูกลงโทษทั้งวินัยและอาญา ขอเวลาให้คณะกรรมการทำงานยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทุกอย่างว่ากันตามพยานหลักฐาน ส่วนเรื่องสถานทูตเวียดนามประจำประเทศไทยให้ความสนใจคดีดังกล่าวและจะทำหนังสือให้ รมว.ต่างประเทศและ ผบ.ตร.ตรวจสอบนั้นก็เป็นสิทธิที่กระทำได้ ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด



