
แกะแอพพลิเคชั่น“วีเค”ไขปริศนาสาวรัสเซียหายตัว
แกะแอพพลิเคชั่น“วีเค”ไขปริศนาสาวรัสเซียหายตัว
การหายตัวของ“น.ส.วาเลนตินา โนวาชฮาโยโนวา” อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย ที่เดินทางเข้าประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวและเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะหายตัวจากโรงแรมที่พักและไม่สามารถติดต่อได้อีก ทั้งนี้“นายเซอร์เกย์ บัวซากิน” ชาวรัสเซียได้เข้าพบ“พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์” รองผกก.สอบสวน สภ.เกาะเต่า เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบว่า น.ส.วาเลนตินา หายตัวไปไหน
ซึ่งชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เกาะเต่า ได้เร่งไขปริศนาการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ น.ส.วาเลนตินา โนวาชฮาโยโนวา เพราะจากการตรวจสอบห้องพักโรงแรมก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ไม่ปรากฏรอยงัดแงะรื้อค้นสิ่งของ โดยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวสาวรัสเซียคนดังกล่าว ทั้งหนังสือเดินทาง โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า รวมถึงกระเป๋าเดินทางยังอยู่ครบถ้วนทุกอย่าง
พ.ต.อ.วันชนะ บวรบุญ ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า และชุดสืบสวน สภ.เกาะเต่า ได้ตรวจสอบการเข้าออกประเทศไทยของ น.ส.วาเลนตินา พบว่าเดินทางเข้าไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ด้วยสายการบินเอสเซเว่น แอร์ไลน์ ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในไทยถึงวันที่ 8 มีนาคม 2560 ในฐานะนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางแอพพลิเคชั่น"วีเค” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ชาวรัสเซียนิยมเล่นแทนเฟซบุ๊ก พบว่าวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 น.ส.วาเลนตินา เช็กอินเดินทางมาจากกรุงมอสโกถึงกรุงเทพฯ โดยเช็กอินที่กรุงมอสโก เวลาประมาณ 02.17 น. ต่อมาวันเดียวกันเวลาประมาณ 17.22 น. โพสต์ข้อความระบุว่า ได้มาถึงที่โรงแรมในกรุงเทพฯ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 โพสต์ข้อความพร้อมรูปถ่ายระบุว่าท่องเที่ยวอยู่ที่กรุงเทพฯ
ต่อมาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลาประมาณ 07.48 น. ได้โพสต์ข้อความระบุว่าอยู่ภายในโรงแรมพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี ในวันเดียวกันเวลาประมาณ 14.45 น. โพสต์ข้อความพร้อมรูปถ่ายเรื่องบ้านรูปทรงแปลก เนื่องจากเสาบ้านยาว และวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลาประมาณ 04.57 น. โพสต์ข้อความเรื่องแมวและโรตี อีกทั้งได้เขียนเรื่องเก็บปะการังที่ตายแล้วเก็บมาถ่ายรูป
ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 05.32 น.โพสต์ข้อความการดำน้ำประเภท ฟรีไดวิ่ง หรือการดำน้ำโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจ ระบุว่าเธอสามารถดำน้ำได้ในความลึก 22.3 เมตร โดยถ่ายรูปนาฬิกาวัดความลึกโพสต์ลงพร้อมกับข้อความและระบุท้ายข้อความว่า เธอจะสามารถทำได้มากกว่านี้ในครั้งต่อไป เวลาประมาณ 12.54 น. โพสต์รูปเด็กผู้หญิงเขียนอธิบายว่าไปกินข้าวและเจอเด็กผู้หญิงน่ารักที่ร้านอาหาร หลังจากนั้นไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในแอพพลิเคชั่นวีเค
ชุดสืบสวนยังพบความเคลื่อนไหวย้อนหลังเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ทางแอพพลิเคชั่น“วอทส์แอพ”พบว่ามีการสนทนากับจิตแพทย์ที่ประเทศรัสเซีย โดยสนทนาว่ามีอาการกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุสงสัยว่าจะเป็นโรคโฟเบีย ซึ่งหลังจากจิตแพทย์อ่านข้อความได้แนะนำให้มาพบจิตแพทย์ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งหรือสองครั้งแต่ต้องมาหาระยะยาว
จากข้อมูลความเคลื่อนไหวของ น.ส.วาเลนตินา ชุดสืบสวนให้น้ำหนักการค้นหาตัว โดยตรวจสอบทรัพย์สินของ น.ส.วาเลนตินา อีกครั้ง พบเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในการดำน้ำลึกเพียงเท่านั้น แต่ไม่พบอุปกรณ์ในการดำน้ำ โดย เฉพาะไม่พบนาฬิกาดำน้ำที่ใช้สวมใส่เพื่อวัดระดับความลึกขณะดำน้ำ
นอกจากนี้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนเกาะเต่าทั้งหมด รวมถึงร้านจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำร้านที่พานักท่องเที่ยวไปดำน้ำ รวมถึงลงพื้นที่หาข้อมูลเรือที่รับจ้างพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำ หรือเรือของชาวบ้านที่พักอาศัยบนเกาะเต่า
พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยหรือเบาะแสว่าถูกทำร้ายร่างกายหรือฆาตกรรม ซึ่งตอนนี้ให้น้ำหนักในเรื่องการดำน้ำลึกที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการช่วยหายใจ เพราะเบาะแสความเคลื่อนไหวทางแอพพลิเคชั่นของ น.ส.วาเลนตินา ประกอบกับเพื่อนร่วมสัญชาติให้ข้อมูลว่า น.ส.วาเลนตินา ต้องการดำน้ำให้ลึกมากกว่า 22.3 เมตร โดยมีเพียงแค่ตะกั่วถ่วงร่างกายเพื่อสามารถดำน้ำได้ลึก ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดความผิดพลาดตะกั่วที่ใช้ถ่วงน้ำหนักก็เป็นอุปสรรคไม่สามารถทำให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำได้ก็อาจเป็นอันตรายได้
ขณะนี้ชุดสืบสวนได้เร่งตามหาสาวรัสเซียคนนี้โดยขอความร่วมมือนักดำน้ำ ทั้งในพื้นที่หรือนักดำน้ำของเอกชน ช่วยออกติดตามหาในทะเลที่เป็นจุดดำน้ำหลายจุด เพื่อพิสูจน์ว่าสาวรัสเซียหายไป เพราะออกไปดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจหรือไม่ อีกทั้งเพื่อนร่วมสัญชาติให้เบาะแสว่า สาวรัสเซียมักใช้ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าคลุมสีม่วงเวลาออกไปดำน้ำ ซึ่งชุดสืบสวนต้องทำงานเร่งด่วนเพื่อจะได้รู้ว่าสาวรัสเซียคนนี้หายไปไหน



