ข่าว

ทนายหวั่นคดีฆ่าน้องปอนด์พลิก-ปมปิดไฟในห้องขณะเกิดเหตุ

ทนายหวั่นคดีฆ่าน้องปอนด์พลิก-ปมปิดไฟในห้องขณะเกิดเหตุ

08 มี.ค. 2560

ทนายหวั่นคดีฆ่าน้องปอนด์พลิก นำประเด็นปิดไฟในห้องเกิดเหตุมาต่อสู้ ยอมรับหนักใจผู้ก่อเหตุรู้กฎหมายอย่างดี เตรียมลงพื้นที่ 9 มี.ค.นี้

     คืบหน้าคดีนายธีระพงษ์ หรือปอนด์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ถูกกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ยกพวกรุมทำร้ายในห้องพักและใช้ไขควงแทงที่ศรีษะจนเสียชีวิต เนื่องจากโกรธเคืองเพื่อนของน้องปอนด์แต่ในวันที่บุกเข้าหอพักไม่พบเพื่อนคนดังกล่าวจึงได้ทำร้ายปอนด์และเพื่อนคนอื่นในห้องแทน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกแก๊งวัยรุ่นดังกล่าวจำนวน 18 ราย ซึ่งพบว่ามีลูกนายตำรวจและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่รวมอยู่ด้วย โดยทั้งหมดได้เข้ามอบตัวให้การปฏิเสธ และหลังถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาทางเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวไป ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่าทางกลุ่มผู้ต้องหาเตรียมจะนำประเด็นไฟปิดอยู่ในห้องขณะเกิดเหตุมาเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล

     ล่าสุด นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความทำคดีน้องปอนด์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “คนชนข่าว” ทางช่อง 24 ทรูโฟร์ยู ว่า ประเด็นเรื่องที่คนร้ายอาจอ้างว่า ขณะเกิดเหตุไฟในห้องไม่ได้เปิดนั้น ความจริงแล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากพูดถึง เพราะมันเป็นประเด็นสำคัญทางคดี แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเด็นชี้ขาดเหมือนกัน คือไขควงก็มีปัญหาแล้ว ซึ่งเคยมีคดีที่เทียบเคียงกันในลักษณะที่ว่า คนร้ายไปด้วยกัน ต่างคนต่างมีเจตนาที่จะไปปล้นทรัพย์โดยใช้ปืน ปืนมีสองกระบอกยิงถูกผู้เสียหายถึงแก่ความตาย แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าปืนที่ยิงเป็นกระบอกไหนของใครในศาล ศาลลงว่าแม้จะพิสูจน์ไม่ได้แต่ก็ถือว่าทั้งคู่เป็นตัวการร่วมโดยพกปืนมาเพื่อกระทำผิดทั้งสิ้น จึงต้องรับผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อนลงโทษประหารชีวิต 

     ดังนั้นประเด็นเรื่อง “ปิดไฟ” คงต้องมาลุยกันในศาลว่า มีวิธีการพิสูจน์การกระทำผิดอย่างไร มันเป็นช่องในการต่อสู้ ถึงได้บอกว่าผู้ก่อเหตุมีความรู้เรื่องกฎหมายค่อนข้างมาก ยอมรับว่าหนักใจ แต่ไม่อยากพูด ส่วนพยานเราบอกว่าอย่าเพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อ เพราะเราห่วงความปลอดภัย

     นายรณณรงค์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้มีปัจจัยค่อนข้างมาก แต่หลักฐานก็สามารถเอาผิดได้ ไม่เช่นนั้นในสมัยก่อนที่ไม่มีนิติวิทยาศาสตร์ คลิปวีดีโอ ศาลคงยกฟ้องกันหมด โดยในวันที่ 9 มีนาคม ตนจะเดินทางไปพบกับพยานของฝ่ายน้องปอนด์ที่ ชะอำ จ.เพชรบุรี และไปพบผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ผกก.สภ.ชะอำ เพื่อขอฝากน้องๆ เพราะน้องค่อนข้างกลัวมาก และจะให้คำแนะนำเพราะเกี่ยวเรื่องความปลอดภัย