
หมายจับอดีต ส.ส. - กำนันหญิงจ้างวานฆ่า
กองปราบเปิดปฏิบัติการไพร่ฟ้าหน้าใสสนธิกำลังตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อำนาจ ม.44 ตรวจค้นบ้านนักการเมืองชื่อดัง
7 มี.ค. 60 เมื่อเวลา 05.30 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. , พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวช รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. , พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี , พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป , พ.อ.ประสาน แสงศิริรักษ์ ผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.อุทัยธานี (ผบ.กกล.รส.จว.อุทัยธานี) สนธิกำลังตำรวจกองปราบปราม ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบริปูสะท้าน ตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี และเจ้าหน้าที่ทหาร กกล.รส.จว.อุทัยธานี กว่า 200 นาย ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ใน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี
ประกอบด้วย 1. นายบุญยิ่ง จันทร อายุ 60 ปี 2. นายธเนตร วงษ์เนตร อายุ 22 ปี 3. นายมนัส หวางจีน อายุประมาณ 40 ปี โดยทั้งสามคนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงในงานศพบ้านเลขที่ 99/7 หมู่ 5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เป็นเหตุให้ นายจำเนียน มาหัวเขา นายลำดวน พันทะ นายบุญถิ่น กุลธานี เสียชีวิต และนายดุสิต ศรีวรรณ อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมยึดของกลางอาวุธปืนสงคราม เอ็ม16 ที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนอีก 43 นัด ทั้งหมดจับได้ในที่พักและที่หลบซ่อนตัวใน ต.น้ำรอบ อ.ลายสัก โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้การพาดพิงไปยังผู้บงการว่ามีอดีตนักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่นเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยประเด็นการก่อเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องการเมืองในจังหวัดและขัดผลประโยชน์
ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช พล.ต.ต.กรเอก พล.ต.ต.สุทิน พล.ต.ต.บัญชา พ.ต.อ.จรูญเกียรติ พ.อ.ประสาน สนธิกำลังตำรวจกองปราบปราม ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบริปูสะท้าน ตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี และทหาร กกล.รส.จว.อุทัยธานี กว่า 200 นาย ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขยายผลการจับกุมเปิดยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส ปูพรมตรวจค้น 22 จุด ในพื้นที่ ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ตามนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง หลังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเกิดเหตุอาชญากรรมบ่อยครั้ง รวมถึงคดีสำคัญอย่างคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงกลางงานศพ
โดยเป้าหมายสำคัญคือการเข้าตรวจค้นไร่อ้อยซากุระ เลขที่ 98 ม.5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก ซึ่งเป็นบ้าน นายสุภาพ โต๋วสัจจา อายุ 67 ปี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยบ้านดังกล่าวตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณกว่า 5 ไร่ มีบ้านแยกย่อย 3 หลัง และโรงข้าวโพด รวมทั้งโรงรถ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาวลูกซองจำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนสั้น 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนเบอร์ 12 และกระสุนปืนขนาดต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยอาวุธปืนดังกล่าวมีนายสุเทพ โต๋วสัจจา เป็นผู้ครอบครอง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ
ขณะที่กำลังอีกจุดได้เข้าตรวจค้นฟาร์มควายซากุระ เลขที่ 98/2 ม.5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก ซึ่งเป็นบ้าน นายณรงค์ศักดิ์ โต๋วสัจจา อายุ 60 ปี นายก อบต.ตำบลน้ำรอบ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาวไรเฟิลติดลำกล้อง จำนวน 1 กระบอก ปืนยาวออโตเมติก 1 กระบอก ปืนสั้น 3 กระบอก มีด 8 เล่ม และขวาน 2 เล่ม พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. กระสุนปืนเบอร์ 12 และกระสุนปืนขนาด .22 จำนวนหลายนัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อทำการตรวจสอบ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ยังได้ปูพรมตรวจค้นบ้านนักการเมืองท้องถิ่นในเขต อ.ลานสัก พร้อมยึดอาวุธปืนกว่า 35 กระบอก รถจักรยานยนต์ ซูซูกิ สแมช สีดำ ไม่ติดหมายเลขทะเบียน 1 คัน
ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำหรับยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส เป็นการขยายผลจากคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสามที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยให้การซัดทอดว่ามีผู้บงการเป็นนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น โดยพฤติกรรมของขบวนการนี้คือ 1. นายบุญยิ่ง เป็นคนรับงาน 2. นายธเนตร เป็นมือปืน 3. นายมนัส เป็นผู้จัดหาให้ที่พัก และ 4. นายสราวุฒิ เรืองดาดะ เป็นคนขี่ จยย. ซูซูกิ สแมช สีดำ ก่อเหตุ ซึ่งนายบุญยิ่งเป็นผู้รับงานมาจากนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 3 หมื่นบาท แต่ยังจ่ายเงินไม่ครบจ่ายเพียงเคสละ 1 หมื่นบาท
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช พล.ต.ต.กรเอก พล.ต.ต.สุทิน พล.ต.ต.บัญชา พ.ต.อ.จรูญเกียรติ และชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นคำให้การของผู้ต้องหา และหลักฐานอื่นๆ ที่เชื่อมโยง ขออำนาจศาลจังหวัดอุทัยธานีออกหมายจับผู้บงการ 2 ราย ในฐานความผิดข้อหาเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นโดยการใช้การจ้างวาน หรือยุยงส่งเสริมหรือกระทำการด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
โดยรายแรกคือ นายสุภาพ โต๋วสัจจา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 จ.อุทัยธานี หัวหน้านักการเมืองกลุ่มซากุระ หลังแนวทางการสืบสวนและคำให้การของผู้ต้องหาซัดทอดว่า เป็นผู้บงการสังหารสารวัตรกำนันรายหนึ่งในงานศพ แต่ปรากฏว่ามีผู้โดนลูกหลงเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย โดยปมสังหารมาจากความขัดแย้งในเรื่องการเมือง และขัดแย้งเรื่องการทำเหมืองแร่และสัมปทานเหมืองแร่
รายที่สองคือ น.ส.เยาวพร รัตนมณีพันธ์ กำนันตำบลลานสัก หลังแนวทางการสืบสวนและคำให้การของผู้ต้องหาซัดทอดว่าเป็นผู้บงการสังหารนายบุญจันทร์ ชาลีนิวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ปีที่ผ่านมา โดยปมสังหารมาจากการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งออกหมายจับ นายสมนึก ปานศิลา หรือ นายแก่ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดหาขายอาวุธปืนในการก่อเหตุ ในฐานความผิดมีและครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้
ต่อมาศาลจังหวัดอุทัยธานี ได้ออกหมายจับ นายสุภาพ โต๋วสัจจา อายุ 67 ปี (อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 จ.อุทัยธานี) บ้านเลขที่ 98/3 หมู่ 5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ตามหมายจับเลขที่ 30/60 ลงวันที่ 7 มี.ค. 60 ฐานเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่น โดยการจ้างวาน หรือยุยง ส่งเสริมหรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ผู้จ้างวาน)
และ น.ส.เยาวพร รัตนมณีพันธ์ อายุ 47 ปี (กำนันตำบลลานสัก) บ้านเลขที่ 173/2 หมู่ 2 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ตามหมายจับเลขที่ 29/60 ลงวันที่ 7 มี.ค. 60 ฐานเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่น โดยการจ้างวาน หรือยุยง ส่งเสริมหรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ผู้จ้างวาน)
พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลการจับกุมคดีสำคัญ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 22 จุด โดยทำการตรวจยึดอาวุธปืนกว่า 35 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยหลังจากนี้ได้ประสานให้ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ตรวจสอบอาวุธปืนทั้งหมดว่าเคยนำไปใช้ก่อเหตุหรือไม่



