ข่าว

มติครม.14 พ.ค."วันอนุรักษ์ควายไทย"

มติครม.14 พ.ค."วันอนุรักษ์ควายไทย"

08 มี.ค. 2560

 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์ควายไทย” ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ

 

         ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์ควายไทย” ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญในการส่งเสริมและอนุรักษ์การเลี้ยงควายไทย เนื่องจากปัจจุบันจำนวนควายไทยและผู้เลี้ยงควายไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับการเอาใจใส่จากภาคส่วนต่างๆ ในการส่งเสริม สนับสนุนสร้างอาชีพ รวมทั้งด้านวิชาการหรือการวิจัยต่างๆ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้จัดการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมีผู้แทนสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยเข้าร่วมประชุมด้วย และได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำรัสถึงหลักการดำเนินโครงการธนาคารโค กระบือ เป็นครั้งแรก และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเห็นชอบด้วยในหลักการ

        นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เนื่องจากการประกอบอาชีพทำนาปัจจุบันมีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแทนแรงงานกระบือเกือบ 100 % ทำให้กระบือหมดความสำคัญ ประกอบกับมีการนำกระบือเพศเมีย กระบือที่ตั้งท้อง และกระบืออายุน้อยมาบริโภคมากขึ้น โดยมีการบริโภคปีละกว่า 2 แสน ตัว ขณะที่มีลูกเกิดปีละประมาณ 1.5 แสนตัวเท่านั้น

        นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีปัญหาขาดแคลนพื้นที่เลี้ยงกระบือและแรงงาน โดยเฉพาะฤดูเพาะปลูกข้าวทำให้ขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์ เพราะมีการแย่งชิงพื้นที่ไปทำประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกษตรกรไม่อยากเลี้ยงและขายกระบือออกไป ขณะเดียวกันไทยยังส่งออกกระบือมีชีวิตทั้งเพศผู้และเพศเมียไปต่างประเทศต่อเนื่อง อาทิ จีน เวียดนาม ซึ่งมีความต้องการกระบือเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนกระบือของไทยลดลงอย่างรวดเร็วจากปี 2548 ที่มีมากถึง 1,624,919 ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ 393,352 ราย ในปี 2558 ลดเหลือ ประมาณ 7 แสนตัว เกษตรกรประมาณ 1.85 แสนราย 

         นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนากระบือไทยว่า กรมปศุสัตว์ได้มีแผนเร่งดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตกระบือ ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิตและความมั่นคงทางอาหารด้านปศุสัตว์ เพื่อเร่งรัดการผลิตกระบือและมีมาตรการปกป้องพันธุ์กระบือเพศเมียวัยเจริญพันธุ์ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเร่งกระตุ้นให้เกษตรกรหันกลับมาเลี้ยงกระบือเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ

         “เบื้องต้นกรมปศุสัตว์ได้ของบประมาณจากคณะรัฐมนตรี จำนวน 500 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อกระบือให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงกระบือจำนวน 5,000 ราย เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เกษตรกรจัดซื้อกระบือตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด เพื่อเพิ่มปริมาณฐานแม่กระบือในประเทศมากขึ้น”

        นอกจากนั้น ยังเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มศักยภาพการผลิตให้ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิตในพื้นที่ที่เหมาะสม รวมทั้งพัฒนาและอนุรักษ์พ่อ/แม่พันธุ์ดีให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ จำนวน 500 กลุ่ม พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการปลูกพืชอาหารสัตว์และส่งเสริมการผสมเทียมกระบือด้วยน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ดีอีกว่า 2 หมื่นตัว จะทำให้ได้ลูกกระบือที่มีลักษณะดี เลี้ยงง่ายและโตเร็ว ซึ่งคาดว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าปริมาณกระบือของไทยจะเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านตัว

         สำหรับมาตรการปกป้องพันธุ์กระบือ กรมปศุสัตว์ได้จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ และบังคับใช้กฎหมายโดยใช้อำนาจตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และ พรบ.ควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535 (กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2546) เช่น ห้ามส่งกระบือเพศเมียออกนอกประเทศ ห้ามส่งแม่กระบือตั้งท้องหรือแม่กระบือเลี้ยงลูกอ่อนเข้าโรงฆ่าสัตว์ และเพิ่มศักยภาพการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ เป็นต้น

          ส่วนเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ สอบถามรายละเอียดได้ที่กรมปศุสัตว์ในวันเวลา ราชการ โทรศัพท์ 0-2653-4444 หรือ http://www.dld.go.th/th/