ข่าว

"อลงกรณ์"แจงผลงานปฏิรูปประเทศ

"อลงกรณ์"แจงผลงานปฏิรูปประเทศ

07 มี.ค. 2560

‘อลงกรณ์’ แจงผลงานการปฏิรูปประเทศ เชื่อปฏิรูปประเทศเดินหน้า รับมีข้อบกพร่องในการสื่อสารไปยังสาธารณชน ยันสปท.พร้อมรับฟังความเห็น  วอนขอวิจารณ์มากกว่าใช้สำนวนโวหา

 

          7 มี.ค. 60 - นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศว่า ขณะนี้สปท.ได้ส่งรายงานการปฏิรูปประเทศและข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลแล้วจำนวนทั้งสิ้น 142 เรื่อง อยู่ระหว่างปรับปรุง 4เรื่อง ซึ่งถือว่าขณะนี้การปฏิรูปมีความคืบหน้าอย่างมา บรรลุเป้าหมาย และเชื่อว่าการปฏิรูปประเทศจะขับเคลื่อนไปยามโรดแมปภายใต้กรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ขณะนี้การปฏิรูปประเทศในโรดแมประยะที่สอง โดยมีเป้าหมายในปี 2560 จะปฏิรูป 27 วาระเร่งด่วน 42 ประเด็น และพ.ร.บ.เพื่อการปฏิรูปอีกกว่า 20 ฉบับให้แล้วเสร็จ  โดยกฎหมายเพื่อการปฏิรูปขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการส่งให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณา และมีกฎหมายที่ส่วนราชการกำลังดำเนินการ 36 ฉบับ และอยู่ในการพิจารณาของกฤษฎีกา 8 ฉบับ สำหรับเรื่องการปรองดองอยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งมีสัญญาณที่ดีและได้รับการตอบรับจากทุกภาคส่วน

          นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในปี 2560 ถือเป็นปีแห่งการปฏิรูปจึงขอเรียกร้องให้ทุกส่วนร่วมมือร่วมใจปฏิรูปประเทศ โดยต้องเปลี่ยนความคิด แนวคิด ก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีต ทุกคนต้องตระหนักว่าการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องของทุกคน ต้องเริ่มปฏิรูปที่ตนเองก่อน ทั้งชุมชน และองค์กร ในส่วนของสปท. ที่ผ่านมามีนักวิชาการ เช่น นายธีรยุทธ์ บุญมี และนักการเมืองบางท่าน อาจจะขาดข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นข้อบกพร่องของสปท. ดังนั้นทางสปท.จะมุ่งเน้นปรับปรุงในข้อมูลข่าวสาร แม้ว่าจะศูนย์ข้อมูลข่าวสารของ สปท.ในหลายๆช่องทาง แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีเพียงพอ ดังนั้นสปท.จะเพิ่มช่องทางในการสื่อสารเพื่อนำข้อมูลไปยังสาธารณชนมากขึ้น และขอให้ทุกภาคส่วนติดตามรายงานของสปท.และหากมีข้อวิจารณ์อย่างไรทางสปท.ก็พร้อมรับฟัง

          “ผมคิดว่าประเด็นหนึ่งที่สังคมเกิดความสับสนก็เกิดจากการวิพากษ์วิจารณ์ที่ตีขลุม และไม่แยกแยะ นั้นก็ถือเป็นการวิจารณ์แบบเก่า ดังนั้นเราต้องคิดใหม่ และเสนอแนะที่สร้างสรรค์ หวังว่ารายงานของสปท.จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและเสนอแนะในการวิพากษ์วิจารณ์ ยืนยันว่าการทำงานของแม่น้ำ 5 สาย เราเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการวิพากษ์วิจารณ์  ไม่ใช่ว่าผู้วิจารณ์เป็นใครหรือยู่ในฐานะอะไรก็ได้ และเน้นหลักคิดมากกว่าการใช้สำนวนโวหาร ซึ่งถือว่าเป็นการใช้วิธีการเมืองแบบเก่า” นาอลงกรณ์ กล่าว