ข่าว

 "บุ๋ม ปนัดดา" ร้องดีเอสไอสอบคอนโดหรูพัทยา

 "บุ๋ม ปนัดดา" ร้องดีเอสไอสอบคอนโดหรูพัทยา

07 มี.ค. 2560

“บุ๋ม ปนัดดา” โวยถูกอ้างชื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์คอนโดพัทยา หลอกผู้เสียหายนับร้อยให้หลงเชื่อเป็นโครงการในเครือเซนทารา

 

          7 มี.ค.60 - น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ดารานักแสดง นำผู้เสียหายกว่า 10 รายจากการซื้อห้องชุดในโครงการเซนทารา แกรนด์ เรสซิเดนซ์ พัทยา มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ หลังโครงการหยุดก่อสร้างทำให้มีผู้เสียหายถึง 157 ราย ซึ่งผู้เสียหายเสียเงินจองห้องชุดเริ่มที่ 2-35 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหาย 500 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รับตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเรื่องเสนออธิบดีดีเอสไอพิจารณาสั่งการต่อไป  
          น.ส.ปนัดดา กล่าวว่า เมื่อปี 2555 ตนเห็นภาพโฆษณาคอนโดดังกล่าวระบุเป็นโครงการในเครือเซนทารา และมีภาพจำลองห้องพัก เห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจซื้อห้องชุดในราคา 35 ล้านบาท ต่อมาเจ้าของโครงการได้ติดต่อมาให้ตนเป็นพรีเซนเตอร์คอนโด โดยจะลดราคาห้องพักให้เหลือ 20 ล้านบาท ซึ่งในวันเซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตนก็เดินทางไปที่โรงแรมเซนทารา แต่ผ่านมาไม่ถึงปีเจ้าของโครงการได้ไลน์มาหาตนในเชิงชู้สาว และนัดให้ตนออกไปพบช่วงกลางคืน ตนเห็นว่าไม่น่าไว้ใจจึงปฏิเสธและขอยกเลิกการเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมทั้งขอเงินจองซื้อห้องพักคืน 2.5 ล้านบาท แต่ทางเจ้าของโครงการคืนเงินให้เพียง 1.8 ล้านบาท โดยอ้างว่าได้นำเงินบางส่วนไปลงทุนในทำธุรกิจสิงคโปร์แล้ว ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวจะจบแค่นี้ โดยไม่ทราบว่าเจ้าของโครงการยังนำชื่อและรูปตนไปแอบอ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์อีก

          น.ส.ปนัดดา กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่ก็เห็นว่าโครงการห้องพักมีตนเป็นพรีเซ็นเตอร์และอยู่ในเครือเซ็นทารา พร้อมระบุว่าในโครงการจะมีการก่อสร้างอะควาเรียม จึงมีความน่าเชื่อถือในการทำสัญญาจองห้องพัก ขณะที่การก่อสร้างคอนโดดังกล่าวผ่านมา 5 ปีมีเพียงโครงเสา ทั้งที่ในสัญญาระบุก่อสร้างเสร็จเดือนก.ย.59 กลุ่มผู้เสียหายจึงไปร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ในส่วนคดีแพ่ง ต่อมาศาลมีคำสั่งให้เจ้าของโครงการชำระเงินจองทำสัญญา และเงินค่างวดคืนให้ผู้เสียหาย แต่เจ้าของโครงการพยายามนำโครงการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อปลดหนี้ กลุ่มผู้เสียหายกังวลว่าหากนำเข้าแผนฟื้นฟูแล้วอาจไม่ได้รับเงินคืน จึงมาร้องต่อดีเอสไอ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นของโครงการดังกล่าว พบคนไทยถือหุ้นอยู่ และยังเป็นนอมินีถือหุ้นให้หลายบริษัทต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยด้วย  
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการห้องชุดเป็นโครงการคอนโดมิเนียมชื่อ “เซนทารา แกรนด์ เรสซิเดนซ์” ซึ่งใช้ชื่อ บริษัท บาซีส ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 50,000,000 บาท มีผู้ถือหุ้น คือ บ.กัลฟ์ ดีเวลล็อปเม้นท์ ไทยแลนด์ บีวี นายอดิศักดิ์ นฤเปรมปรีด์ บริษัท สัตหีบ เรียลตี้ จำกัด และ บริษัท ทิวลิป พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด โดยในส่วนของ บริษัท ทิวลิป นั้นเป็นบริษัทเดียวกับที่ก่อสร้างโครงการวอร์เตอร์ฟรอนท์ บริเวณแหลมบาลีฮาย ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการถูกระงับการก่อสร้างจากเมืองพัทยา ส่วนโครงการ เซนทารา แกรนด์ เรสซิเดนซ์ ได้ประกอบกิจการขายห้องชุด และประกอบกิจการโรงแรม ริมหาดจอมเทียน เนื้อที่ 18.8125 ไร่ ประกอบด้วย อาคารชุด 2 อาคาร จำนวน 351 ห้อง และ 1 อาคารจะทำเป็นโรงแรม.