ข่าว

ม.บูรพาจับมือเทศบาลแสนสุขเปิดเวทีถกแก้วิกฤติตลาดหนองมน

ม.บูรพาจับมือเทศบาลแสนสุขเปิดเวทีถกแก้วิกฤติตลาดหนองมน

07 มี.ค. 2560

 ม.บูรพา ร่วมกับเทศบาลเมืองแสนสุข และ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีชลบุรี จำกัด ระดมผู้ค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เตรียมพลิกประวัติศาสตร์ “ตลาดหนองมน”

       ม.บูรพา ร่วมกับเทศบาลเมืองแสนสุข และ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีชลบุรี จำกัด ระดมผู้ค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เตรียมพลิกประวัติศาสตร์ “ตลาดหนองมน” ดึงงานวิจัยป.โท ป.เอก บูมเศรษฐกิจฐานรากตามแนวประชารัฐและพร้อมรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

ม.บูรพาจับมือเทศบาลแสนสุขเปิดเวทีถกแก้วิกฤติตลาดหนองมน

        ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ภายหลังการดำเนินโครงการ “200 งานวิจัย 200 งานพัฒนา” ขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ พบหนึ่งในความต้องการแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับเศรษฐกิจชุมชนคือ ความต้องการในการกระตุ้นเศรษฐกิจตลาดหนองมน จ.ชลบุรี ที่อยู่ในภาวะซบเซาจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มาในระยะเวลาพอสมควร ทั้งที่ตลาดหนองมนมีผู้ประกอบการและปัจจัยการผลิตต่างๆที่มีศักยภาพในด้านการแปรรูปอาหารที่มีคุณภาพ และสามารถเป็นที่รองรับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ตลอดจนมีอัตลักษณ์เป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน เป็นตลาดของฝากที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดชลบุรี อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหาดบางแสน

ม.บูรพาจับมือเทศบาลแสนสุขเปิดเวทีถกแก้วิกฤติตลาดหนองมน

       ล่าสุดวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ ม.บูรพา จึงได้ร่วมกับเทศบาลเมืองแสนสุข นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีชลบุรี จำกัด จัดเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้ค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาเพื่อรับทราบและรวบรวมปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมตามแนวทางประชารัฐ และจะนำปัญหาต่างๆที่ได้มาวิเคราะห์สังเคราะห์และจัดทำโมเดลงานวิจัยเพื่อทดลองปฎิบัติจริงในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ค้าตลาดหนองมนในระดับต่อไป

       คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ กล่าวด้วยว่า วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ ม.บูรพา เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในพื้นที่ นอกเหนือจากการผลิตนิสิตป.โทป.เอกที่มีสมรรถนะเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆรองรับ EEC แล้ว ในด้านงานวิจัยที่มีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นไม่เพียงนำประโยชน์และการพัฒนามาสู่ชุมชนท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นบริบทให้นิสิตได้ฝึกประยุกต์เชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริงตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงในพื้นที่อีกด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดพลังในการผลักดันเศรษฐกิจจากฐานราก ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ภาคตะวันออกและประเทศมีรายได้สูงขึ้นและเกิดความยั่งยืนในอนาคต              อนึ่งในการดำเนินการช่วยฟื้นฟูตลาดหนองมน เบื้องต้น นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ในนามบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทย จำกัดได้มอบเงินให้แก่วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท เพื่อเป็นกองทุนให้นิสิตได้รวมกลุ่มเพื่อนำสินค้าหนองมนไปขายตามร้านอาหาร ร้านขายของฝาก เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจของหนองมนดีขึ้นและเพื่อให้นิสิตได้ฝึกประสบการณ์จริง ทั้งนี้ในระยะแรกได้ตั้งทีมขายช่วยตลาดหนองมน 20 ทีมๆ ละ 3 คน

          ด้านนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองแสนสุข เผยว่า ปัจจุบันตลาดหนองมนอยู่ในภาวะถดถอย อันเกิดจากหลายปัจจัยจนเกิดผลกระทบเกี่ยวพัน หลักๆคือได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวในเรื่องคุณภาพสินค้า และเกิดกระแสวิจารณ์ในสื่อโซเชี่ยล ซี่งเรื่องนี้การควบคุมของเทศบาลเองในการสุ่มตรวจอาจทำได้ไม่ทั่วถึง แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่รวมตัวมาเข้าพบว่าเกิดปัญหานักท่องเที่ยวลดลง เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจน้อยลง อีกประเด็นหนึ่งคือสภาวะทางกายภาพด้านการคมนาคมได้เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากถนนสุขุมวิทสมัยก่อนใครๆก็ต้องเดินทางผ่านตลาดหนองมนเป็นเส้นทางบังคับ

          แต่ปัจจุบันที่การคมนาคมสะดวกขึ้นมีทั้งทางเลี่ยงเมือง มีถนนสายมอเตอร์เวย์ และยังมีนักธุรกิจทำร้านของฝากดักเส้นทางที่ทำให้ไม่ต้องเดินทางเข้าถึงหนองมน ก็ซื้อสินค้าของฝากได้ ร้านค้าโมเดิร์นเทรดต่างๆก็มีสินค้าของหนองมน ขณะที่สินค้าจากตลาดหนองมนเองยังขาดความเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่น และขาดนวตกรรมในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ยกเว้นสินค้าบางร้านบางประเภทที่ผลิตเองและรักษาคุณภาพ เช่นข้าวหลาม ขนมจาก ห้อยจ๊อ เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อกระจายไปสู่จุดอื่นๆ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายและเสียโอกาส ทั้งที่บางแสน ชลบุรี เป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากปีละหนึ่งล้านเจ็ดแสน ถึงหนึ่งล้านแปดแสนคนต่อปี มีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยถึง 1,500 บาทต่อคนกรณีพักค้างคืน จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกับวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ ม.บูรพา และบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ชลบุรี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

                                ......................................