สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งปรับเส้นทาง-สร้างสะพาน
สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งปรับปรุงเส้นทางแม่สอด-อุ้มผาง พร้อมสร้างสะพานแบริ่ง เพื่อสะดวกแก่การสัญจร
เมื่อเวลา 08.06 วันที่ 6 มีนาคม 2560 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานสัมมนา ‘รักษ์ป่าน่าน’ ครั้งที่ 3 ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองทัพบก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดน่าน และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อระดมความรู้และประสบการณ์ ในการหาแนวทางและวิธีการหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าน่าน
ในการนี้ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระผู้ทรงอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไทย” ระหว่างทอดพระเนตรนิทรรศการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งกับนายสว่าง กองอินทร์ ผู้อำนวยการสำนักสนองงานพระราชดำริ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่า ให้ปรับปรุงเส้นทาง ถ.แม่สอด-อุ้มฝาง อ.อุ้มฝาง จ.ตาก เนื่องจากไม่มีสะพาน ในช่วงหน้าแล้งไม่มีปัญหาอะไร ประชาชนยังสัญจรได้ แต่เมื่อถึงฤดูฝน มีปัญหาน้ำหลาก ทำให้เส้นทางถูกตัดขาด ประชาชนสัญจรไม่ได้ ซึ่งเคยมีประชาชนป่วยและต้องเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน เนื่องจากเดินทางไม่ได้ จึงมีพระราชดำริให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช สร้างสะพานแบริ่ง เพื่อช่วยเหลือราษฎรในการสัญจร อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ กรมอุทยานฯ จะเข้าไปสำรวจ ร่วมกับ เลขาธิการกปร. และแม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อนำเรื่องกราบบังคมทูล และจัดสร้างโดยเร็ว
โอกาสนี้ทรงบรรยาย ในหัวข้อเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พระผู้ทรงอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไทย” มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จฯ ไปที่ไหน ก็เห็นคนตามเสด็จจำนวนมาก หลายคนจดพระราชกระแส และนำมาแจกจ่าย เท่าที่ตามเสด็จไปภาคต่างๆ ในประเทศไทย สังเกตว่าโปรดให้เจ้าหน้าที่ต่างๆ ตามเสด็จฯ ไปด้วย มีหน่วยงานการเกษตร ชลประทาน พัฒนาที่ดิน กรมแผนที่ทหาร ได้เห็นส่ิงต่างๆ การที่ทำงานเพื่อความผาสุขของราษฏรนั้น ซึ่งไม่ใช่ว่าจะทำได้โดยไม่ปรึกษาผู้อื่น"
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รับสั่งว่า ปัญหาการตัดไม้ในปัจจุบันเกิดจากคนมีจำนวนมากขึ้น มีการเคลื่อนย้ายมาอยู่อาศัย ทำให้มีการบุกรุกทำลายป่ากันมากขึ้น ประเทศไทยมีการลักลอบตัดต้นไม้ที่มีคุณค่า คนตัดไม้ใช้เลื่อยไฟฟ้า หรือการตัดที่โคนต้น ทำให้ท่อน้ำเลี้ยงขาด ต้นไม้จึงยืนต้นตาย แล้วมีการอ้างว่ามันตายเอง บางคนไม่ได้อยากเอาไม้มาให้แต่อยากได้ที่ดิน ก็ทำการเผา ต้องพยายามแก้เรื่องนี้
"เมื่อต้นรัชกาล ได้ฟังจากนายแก้วขวัญ วัชโรทัย ตอนเสด็จพระราชดำเนินวังไกลกังวล ระยะแรกเสด็จทางรถไฟ ต่อมาประทับรถยนต์ ทอดพระเนตรเห็นต้นยางนาในพื้นที่ โปรดให้ข้าราชบริพารเก็บเม็ดยางนามาถวาย แล้วปลูกในสวนจิตรลดา แล้วโปรดเกล้าฯ ให้อนุรักษ์ยางนา และทำเป็นป่าไม้สาธิต ให้ประชาชนสามารถเข้ามาศึกษาได้ มีการเพาะเนื้อเยื่อ สมัยนั้นถือเป็นเรื่องสมัยใหม่"
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รับสั่งต่อไปอีกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต โดยที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ้องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่ มีพระราชดำริให้ปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง คือปลูกไม้ใช้สอย ไม้กินผล ไม้ใช้ฟืน ไม้ทั่วไป ในพื้นที่ยังมีธารน้ำเล็กๆ โปรดเกล้าฯ ให้ทำฝายชะลอน้ำ เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงป่าและป้องกันดินถล่ม นอกจากนี้ ทรงแนะนำให้ทดลองนำไม้โตเร็วมาปลูก เพื่อเป็นไม้ใหญ่คืนความชุ่มชื้นให้พื้นที่ พร้อมกับทรงแนะนำการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์และทำตลาดให้ชาวบ้าน ปัจจุบันชาวบ้านมีความรู้ เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือเกษตรกรดีเด่น พร้อมแบ่งปันความรู้ให้ชุมชนอื่น
ส่วนศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ทรงริเริ่มตั้งศูนย์เพื่อฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ มีการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ สร้างงานและอาชีพให้ชาวภูพาน และพระราชทานแนวพระราชดำริ ในการสร้างป่าเปียก เพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเป็นแนวกันไฟ ทั้งยังพัฒนาระบบชลประทาน มีแนวคลองส่งน้ำ สร้างฝายละลอน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำและตะกอนดิน
ขณะที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาคุ้งกระเบนฯ จ.จันทบุรี มีโครงการอนุรักษ์ป่าไม้ชายเลน และสภาพแวดล้อมธรรมชาติของอ่าวคุ้งกระเบน โปรดเกล้าฯ ให้ปลูกป่าชายเลนขึ้นใหม่ เพราะมีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล ตัวอย่างที่น่าสนใจในพื้นที่ตอนบนของโครงการปลูกผลไม้ โดยชักชวนให้ชาวบ้านลดละเลิกการใช้สารเคมี เช่นเดียวกับโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยฯ จ.เพชรบุรี ในพื้นที่มีการทดลองปลูกพืช และบำบัดน้ำเสีย ปลูกป่าชายเลนให้เพิ่มมากขึ้น ใช้ธรรมชาติบำบัดของเสียด้วยตัวเอง
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จ.นราธิวาส ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดินเปรี้ยว ดินทราย ดินดาน ตามพระราชดำริ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ มีการกำหนดเป็นเขตสงวน เขตอนุรักษ์ และเขตพัฒนาในพื้นที่ป่าพรุซึ่งถูกทำลาย ทรงมีพระราชดำรัสถึงป่าพรุมีสำคัญต่การกินดีอยู่ดีของราษฏรรอบพื้นที่พรุ เป็นอ่างเก็บน้ำธรรมชาติ ที่ชะลอการไหลบ่าของน้ำจากเทือกเขาต่างๆ ก่อนระบายลงสู่ทะเล ปัจจุบันพื้นที่คืนสภาพกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จ.เพชรบุรี เดิมสภาพพื้นที่แห้งแล้งและเป็นดินดาน ทรงเริ่มพัฒนาพื้นที่ด้วยการปลูกหญ้าแฝก ทำระบบน้ำและปลูกป่าเพื่อเติมความชุ่มชื้น ปัจจุบันอยู่ในความดูแลตำรวจตระเวนชายแดน พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้ง 6 ศูนย์ เมื่อไปศึกษาต้นเหตุพระราชดำริเป็นเรื่องป่าไม้ทั้งสิ้น การพัฒนาต้องให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการ ปรึกษาหารือกันเพื่อการพัฒนาพื้นที่และพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเมื่อปี พ.ศ.2519 ว่า ควรปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อนแล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง ไม่ว่าพื้นที่ไหนก็ตาม ทรงใช้เวลาในการศึกษา ถึงค่ำถึงดึก เรื่องได้ว่าปูพรหมทุกหมู่บ้าน การทรงงานด้านป่าไม้ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยนั้น ต้องรักษาป่าไม้ พัฒนาสภาพดินแหล่งน้ำ พัฒนาความรู้และการศึกษา ทุกอย่างต้องรวมกัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รับสั่งขอตามรอยพระยุคลบาทเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้
"ข้าพเจ้าทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมีการจัดทำฐานข้อมูลพันธุ์พืชของประเทศไทยในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ดึงข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ ตลอดจนถ่ายทอดความรู้นี้สู่สถาบันอุดมศึกษา อาชีวะ และชั้นอนุบาล ทุกคนได้เรียนรู้ตามภูมิปัญญาและโอกาสของตนเอง ส่วนสร้างป่าสร้างรายได้ ข้าพเจ้าดำเนินการมา 5 ปี ซึ่งยึดแนวพระราชดำริทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้ใหญ่ แต่ปลูกพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ ไม่ทำลายป่าไม้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการชาน้ำมันที่เชียงราย ลดการขยายพื้นที่และตัดป่า แต่ปัญหาต้องหารือกันดีๆ ระหว่างฝ่ายพัฒนา ป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ว่าจะอนุญาตให้ปลูกพืชในพื้นที่ใดได้ การปลูกไม่จำเป็นต้องตัดไม้เลย แต่ให้ปลูกพืชที่มีราคา แต่ต้องช่วยเรื่องการขนส่งและการตลาด
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงอนุรักษ์ป่าไม้ ต้องรักษาป่าไม้ พัฒนาคุณภาพดิน แหล่งน้ำ พัฒนาสัตว์ พืช และพัฒนาการศึกษา ทุกอย่างต้องรวมกัน ในที่สุดการพัฒนาคนให้มีสุขภาพดี ตวามเป็นอยู่ดี มีความรู้ มีความสุข เพื่อให้ช่วยกันรักษาบ้านเมืองสืบต่อไป"



