ข่าว

"ฝนหลวง" พระอัจฉริยภาพอันน่าทึ่ง

"ฝนหลวง" พระอัจฉริยภาพอันน่าทึ่ง

06 มี.ค. 2560

ประชาชนทั่วสารทิศเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พร้อมบอกเล่าโครงการพระราชดำริสุดประทับใจ

"ฝนหลวง" พระอัจฉริยภาพอันน่าทึ่ง

    วันที่ 6 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการกราบสักการะพระบรมศพว่า วันนี้สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เวลา  04.50 น. บรรยากาศตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ,ปทุมธานี,สมุทรปราการ, ชลบุรี, เชียงใหม่, น่าน, อุบลราชธานี, ตรัง, สตูล, ระนอง, เชียงราย, บุรีรัมย์, นครพนม, มุกดาหาร เป็นต้น  เดินทางมาอย่างไม่ขาดสายท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

          น.ส.เซาเฉียงหลิว เกษมนิธิโชค อายุ 43 ปี เจ้าของกิจการประดับยนต์ ที่พาลูกๆ 4 คน ด.ญ.เบญญาภา อายุ 13 ปี ,ด.ญ.ยศวีร์ อายุ 10 ปี ,ด.ช.รพีรัฐ อายุ 9 ปี และ ด.ญ.ชนัสถนันท์ เกษมนิธิโชค อายุ 7 ปี เล่าว่าเป็นคนจีนแท้ๆ ตอนอายุ 12 ปี ได้ย้ายมาตั้งรกรากอยู่เมืองไทยตามคุณพ่อที่มาอยู่ก่อนแล้วและแต่งงานกับคนไทย ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขใต้ร่มโพธิ์ของในหลวง ร.9 ตอนมาใหม่ๆ ก็กังวลใจมากไม่รู้ว่าจะปรับตัวได้หรือเปล่า เพราะไม่รู้วัฒนธรรมไทยแต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีปัญหาอะไร ในหลวง ร.9 ทรงดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมไม่ว่าเชื้อชาติไหน วันนี้ตื่นแต่เช้าออกจากบ้านพักย่านดาวคะนอง กรุงเทพฯ เวลา 06.30 น.มาถึงบริเวณท้องสนามหลวงเวลา 07.00 น.ใช้เวลาไม่นานก็ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ รู้สึกตื้นตันใจมาก ถ้ามีโอกาสจะมาอีกแน่นอน

      "ฝนหลวง" พระอัจฉริยภาพอันน่าทึ่ง

            ด้านลูกสาว ด.ญ.เบญญาภา กล่าวว่า ในหลวง ร.9 ทรงงานหนักเพื่อคนไทย เมื่อพระองค์สวรรคตพวกเราต้องมากราบท่านเป็นครั้งสุดท้าย ไม่เคยรับเสด็จฯ สักครั้งในชีวิต แต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่มีการเคลื่อนพระบรมศพคิดว่าต้องไปร่วมให้ได้ เราเกิดมาในสมัย ร.9 และ ร.10 ได้มาอยู่ใกล้ๆ พระองค์ถือว่าเป็นบุญ หลังจากนั้นที่โรงเรียนก็จัดกิจกรรมจิตอาสานำนักเรียนมาแจกข้าวและน้ำดื่ม รวมถึงริบบิ้นสีดำให้คนที่มากราบในหลวง ร.9 บริเวณสนามหลวงด้วย

      "คนปกติคงไม่ทำงานหนักแบบนี้ เหมือนท่านแบกรับภาระทั้งประเทศไว้ แต่หนูเรียนปกติก็เหนื่อยแล้ว แต่พระองค์ท่านทรงเสียสละมาก ท่านทรงคิดโครงการต่างๆ มากมาย อย่างฝนหลวงหนูรู้สึกทึ่งมากๆ เพราะฝนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ในหลวงทรงมีพระอัจฉริยะมากที่ทำให้ฝนตกได้ทุกที่ แล้วประเทศต่างๆ ก็นำไปเป็นแบบอย่างในการทำฝนเทียมที่ประเทศตัวเอง" ด.ญ.เบญญาภา กล่าว

      "ฝนหลวง" พระอัจฉริยภาพอันน่าทึ่ง

       ขณะที่ น.ส.สายทอง คอนเล็ก อายุ 51 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ชาวบางใหญ่ จ.นนทบุรี ใช้เวลาช่วงเช้าหลังจากดูแลมารดาที่พิการและสายตามองไม่เห็นเดินทางมากราบพระบรมศพ กล่าวว่า เดินทางมากราบเป็นครั้งที่ 7 โดยวันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามารอเข้ากราบเพียงชั่วโมงกว่า แตกต่างจากช่วงแรกๆ ที่ใช้เวลารอมากกว่า 8 ชม.แต่ไม่เคยรู้สึกเหนื่อย เพราะอยากตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อคนไทย โดยเฉพาะช่วงปีพ.ศ.2554 เกิดน้ำท่วมหนักที่จ.นนทบุรี เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ เดือดร้อนมาก แต่ได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์โดยได้ถุงยังชีพพระราชทานมาบรรเทาความเป็นอยู่ในช่วงนั้น ถึงตอนนี้ก็ยังเก็บถุงนั้นวางบูชาไว้บนหิ้ง ขณะที่หลักคำสอนที่นำมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตนอกจากเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่พอกินแล้ว ยังมีพระองค์เป็นแบบอย่างของความกตัญญูดูแลบุพการี ที่ทุกวันนี้ตั้งใจจะดูแลแม่ที่พิการให้ดีที่สุด และเป็นคนดี สำหรับโปสการ์ดพระบรมฉายาลักษณ์ที่ได้รับหลังจากขึ้นกราบบนพระที่นั่ง ตั้งใจจะนำไปบูชา และนำไปบอกกล่าวกับแม่ เพราะไม่สามารถเดินทางมาและมองเห็นได้ โดยอธิบายให้ท่านได้เห็นภาพว่าเป็นอย่างไรตามประสาคนรากหญ้าที่ไม่ทราบคำราชาศัพท์ แต่ทุกอย่างเรามาจากหัวใจและความรักที่มีต่อพระองค์ 

      "ฝนหลวง" พระอัจฉริยภาพอันน่าทึ่ง

     ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.หลัง ปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.05 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 28,564 คน รวม 123 วัน มี 4,975,613 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,136,554.75 บาท  รวม 123 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 420,040,805.34 บาท