ข่าว

"ตลกเชิญยิ้ม"โร่ขึ้นโรงพักถูกตร.ปืนจ่อหัว

"ตลกเชิญยิ้ม"โร่ขึ้นโรงพักถูกตร.ปืนจ่อหัว

29 ส.ค. 2552

จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ขำไม่ออก หลังเล่นตลกในร้านอาหารย่านตลิ่งชัน ถูกตร.ดุสิตแต่งกายครึ่งท่อน เกิดไม่พอใจปล่อยมุข เมาแล้วอย่าขับ ใช้ปืนจ่อหัว ถาม"อยากตายหรือไง" ก่อนทำท่าจะหนี แต่เกิดรถจยย.ล้ม ถูกจับขึ้นโรงพักสภาพเมา-ไม่รู้เรื่อง อ้างไม่ได้ทำ ขณะที่ผู้บัง

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 28 สิงหาคม  นายสมชาติ ทรงกลด อายุ 31 ปี หรือจั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ดาราตลก นักแสดงเรื่อง"บ้านนี้มีรัก" ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุรพล ล้วนประเสริฐ พนักงานสอบสวน(สบ 3) สน.ตลื่งชัน หลังถูกตำรวจนอกเครื่องแบบแต่งกายครึ่งท่อนใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะ เหตุเกิดภายในร้านอีสานจุ่มแซ่บบางน้อย ถ.ราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม.
 
 นายสมชาติ กล่าวว่า ตนมาแสดงตลกที่ร้านอาหารแห่งนี้ ระหว่างเวลา 21.00 น.-22.00 น. ทุกวันศุกร์-เสาร์ และอาทิตย์ ก่อนเกิดเหตุก็มาแสดงตามปกติ ระหว่างนั้นก็ได้ปล่อยมุข แซวแขกที่มานั่งดื่มกินภายในร้าน ในทำนองว่า "อย่าดื่มเหล้ามากจนเมา เดี๋ยวเลี้ยวซ้ายไปเจอตำรวจตั้งด่าน จะต้องถูกเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ เหมือนกรณีนายอรุณ ภาวิไล หรือซูโม่ตุ๋ย หากโดนตำรวจจับก็ให้นอนที่ด่าน "ซึ่งเนื้อหาไม่ได้มีลักษณะรุนแรงหรือหยาบคายอะไร เป็นการปล่อยมุขตลกตามปกติ
 
 นายสมชาติ กล่าวต่อไปว่า กระทั่งระหว่างที่พัก ตนได้ดินลงจากเวทีเพื่อไปหาพี่ชาย ปรากฏว่ามีชายซึ่งในสภาพเมาสุรา แต่งกายสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงสีกากี พกอาวุธปืนอยู่ที่เอว เดินมาขวางพร้อมกับบอกว่า “เมื่อกี้มึงเล่นมุขอะไร” จากนั้นจึงชักอาวุธปืนจ่อที่ศีรษะห่างประมาณ 3-4 นิ้ว “มึงอยากตายหรือไง เดี๋ยวกูยิงแม่งเลย” จากนั้นแขกในร้านที่เห็นเหตุการณ์รวมถึงเด็กเสิร์ฟจึงได้รีบมาแยกตนออกจากกัน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินไปที่รถเพื่อขับจักรยานยนต์ ออกจากร้าน
 
 “ผมเห็นว่าสิ่งที่เขาทำกับผม เอาปืนมาจี้หัวผม มันเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุซึ่งผมไม่ยอม จึงได้ขว้างขวดเบียร์ เพื่อไม่ให้เขาหนีไปได้ ซึ่งปรากฏว่าด้วยความที่เขาเมา ทำให้จักรยานยนต์ล้มคว่ำ ขณะที่แขกในร้านรวมถึงเด็กเสิร์ฟได้ช่วยกันปิดล้อมเขาเอาไว้ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ตลิ่งชัน ให้มารับตัว”นายสมชาติ กล่าว
 
 ต่อมาเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ตลิ่งชัน ได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อต่อมา คือ ส.ต.ต.อุทิศ ทิพย์ศรี ตำแหน่งผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ดุสิต อยู่ในสภาพเมามาย มีกลิ่นสุราคละคลุ้ง พูดจาไม่รู้เรื่อง พร้อมกับอ้างว่าตนไม่มีอาวุธปืน ไม่ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ศีรษะนายสมชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวขึ้นไปสงบสติอารมณ์ ในห้องวิทยุ ที่บริเวณชั้น 2
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสอบปากคำนายสมชาติ พ.ต.ท.ทวีป วราพงศ์คีรี สวป.สน.ดุสิต ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.อุทิศ ได้เดินทางมายัง สน.ตลิ่งชัน พร้อมทั้งได้เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับ นายสมชาติ เพื่อขอให้ยอมความ ไม่ดำเนินคดี โดยระบุว่าเรื่องที่เกิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อยากให้เห็นแก่อนาคตของส.ต.ต.อุทิศ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนในฐานะผู้บังคับบัญชายินดีขอขมา รวมถึงจะดำเนินการลงโทษทางวินัย แต่นายสมชาติ ยืนยันว่าตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
 
 นายสมชาติ กล่าวภายหลังการสอบปากคำ ว่า ตนยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดีกับ ส.ต.ต.อุทิศ ฐานพยายามฆ่า โดยจะไม่ยอมความแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตนรู้สึกดีกับตำรวจ สน.ตลิ่งชัน เพราะที่ผ่านมากเตะฟุตบอลกันเป็นประจำ แต่กรณีที่เกิดขึ้นต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ตำรวจจึงจะรับแจ้งความ ตนจึงอดไม่ได้ที่จะคิดว่าตำรวจช่วยเหลือกัน ขณะเดียวกันเมื่อมาถึงโรงพัก ปรากฏว่าอาวุธปืนของ ส.ต.ต.อุทิศ ได้หายไปแล้ว
 
 “อยากถามว่าตำรวจแต่งตัวครึ่งท่อน พกพาอาวุธปืน แล้วมาทำแบบนี้กับประชาชนได้อย่างไร หากวินาทีนั้น ด้วยความเมา เขาลั่นไก ชิวิตผมก็คงจบ ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ แล้วครอบครัวผม คนข้างหลังจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากเขาเพียงแค่ชกต่อย หรือทำร้ายร่างกาย ผมอาจจะไม่เอาเรื่อง แต่มาทำแบบนี้ผมยอมไม่ได้ ”นายสมชาติ กล่าว