
สภาผ่านงบฯ53 ด้วยเสียง 244 ต่อ10
สภาผ่านงบประมาณ 53 ด้วยเสียง 244 ต่อ 10 หลังประชุมยาว นาน กว่า 40 ชม.ด้านอภิสิทธิ์ รุดขอบคุณ ยันใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ-โปร่งใส
(29ส.ค.) เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ยังดำเนินการประชุมไปอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณามาตรา 23 งบประมาณกระทรวงสาธารณสุข โดยกมธ.จากพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการดูแลไข้หวัด 2009 ของกระทรวงสาธารณะสุข เพราะขณะนี้มีคนติดเชื้อในประเทศเป็นจำนวนมาก และมีคนตายเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย นอกจากนี้ยังนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้งบที่ไม่ถูกต้องของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ของพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างว่ามีการนำงบไปจัดอบรม อสม.แต่จริงๆแล้วเป็นการประชุมสาขาพรรคที่จังหวัดเลย และกระเป๋าที่แจกพบว่ามีเงินใส่ซองอยู่ 200 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการใช้งบที่ผิดประเภท
โดยพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อภิปรายว่า วันนี้ความฉ้อฉลเกิดขึ้นทุกกระทรวง หากเจ้ากระทรวงไม่มีคุณธรรม เม็ดเงินก็ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน โดยเหตุการณ์ฉ้อฉลไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดเลย แต่เมื่อวันที่ 20-21ส.ค.ที่ผ่านมารมช.ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงไปในพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องอสม. เพราะพรรคพวกที่ปรึกษาจะลงสมัครรับเลือกตั้งในท้องถิ่น การฉ้อฉลใช้งบไม่ชอบแบบนี้มันเกิดขึ้นตลอด ขอให้รัฐบาลตรวจสอบด้วย
ด้านนายวิทยา แก้วภราดรัย รมว.สาธาณสุข ชี้แจงว่า การป้องกันหวัด 2009 นั้นการตื่นตัวภาคประชาชนเท่านั้นถึงจะเป็นภูมิคุ้มกัน แต่อย่างไรก็ตามทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเตรียมการซื้อวัคซีน รวมถึงนักวิชาการกำลังเร่งผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัด 2009 อยู่ แต่อย่างไรก็ตามวัคซีนที่ซื้อมา หรือที่เราเตรียมผลิตยืนยันว่าต้องอยู่ภายใต้ความเชื่อมั่น ก่อนที่จะนำมารักษา
อย่างไรก็ตามที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณามาตรา24 งบกระทรวงอุตสาห กรรม มาตรา 25 ประมาณของส่วนราชการไม่สังกัดนายกรัฐมนตรีและมาตรา 26 งบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทยได้ตั้งข้อสังเกตุเรื่องการแปรงบเพิ่มให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯในวันสุดท้ายของการพิจารณา นอกจากนี้นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในการตั้งเบิกและของบประมาณนั้น ต่อไปอยากให้ประธานคณะกรรมาธิการสภาฯหรือสมาชิกได้เข้าร่วมชี้แจงในเรื่องงบของสภาฯด้วย ไม่เช่นนั้นต่อไปอาจถูกปรับลดโดยข้าราชการที่ไปชี้แจงและมีผลต่อการดำเนินกิจกรรมของสภา และจากการสอบถามประธานและสมาชิกจาก 35 คณะนั้นไม่เคยได้ยุ่งเกี่ยวกับการทำงบประมาณ ซึ่งเมื่อได้พูดคุยกับสำนักงบประมาณ และ ส.ส.ไม่ขัดข้องที่ครั้งต่อไปจะให้ประธานคณะกรรมาธิการและ ส.ส.ไปชี้แจงเรื่องงบ
โดยนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงเรื่องการแปรงบเพิ่มให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯในวันสุดท้ายของวันพิจารณานั้น ได้มีงบเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสภาตกหล่น ซึ่งเป็นกิจกรรมสภาฯที่ทำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงงบสัมมนากำนันผู้ใหญ่บ้าน และทางสภาได้ชี้แจงว่าทางสภาฯจะมีการจัดสัมมนาครูเหมือนกับจัดสัมมนาผู้ใหญ่บ้าน ทางคณะกรรมาธิการงบฯเห็นว่ามีประโยชน์จึงได้แปรงบเพิ่มให้
จากนั้นได้พิจารณา มาตรา 27 งบประมาณหน่วยงานของศาล มาตรา 28 งบประมาณคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มาตรา 29 งบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และเห็นชอบตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายข้ามวันข้ามคืน ทำให้ส.ส.ส่วนใหญ่มีท่าทีที่อิดโรย อ่อนเพลียเห็นได้ชัด โดย ส.ส.พรรคร่วมรัฐ บาลที่ต้องคอยวิ่งเข้า-ออก เพื่อลงมติ ส่วนบางคนก็นั่งหลับในห้องประชุม ขณะที่บางคนก็ออกมานั่งพักผ่อน และหลับภายนอกห้องประชุมด้วยความอ่อนล้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นที่ประชุมสภาฯได้พิจารณามาตรา 30 งบประมาณรัฐวิสากิจ มาตรา 31 งบประมาณสภากาชาดไทย มาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายกองทุนและเงินหมุนเวียนมาตรา 33 และมาตรา 34 จากนั้นเมื่อเวลา 10.30 น.ได้ลงมติรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2553 ในวาระ 3 ของวันที่ 29 สิงหาคม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตามร่างของกมธ. ด้วยคะแนน เสียง 244 ต่อ 10 งดออกเสียง 56 ไม่ลงคะแนน 13 และเห็นชอบตามข้อสังเกตแนบท้ายของกมธ.ด้วยเสียง 282 งด 10 ไม่ลง 11 เสียง
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯได้กล่าวชอบคุณสมาชิกที่ได้ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ซึ่งงบฯปีนี้เป็นปีที่ไม่ปกติ เพราะเป็นปีที่เราคิดว่าจะได้รับผลกระทบเยอะที่สุดจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้เงินของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
จากนั้นพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ในฐานะประธานในที่ประชุมสั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 10.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวสภาฯใช้เวลาในการพิจารณาทั้งหมด 3 วันกว่า 40 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากนี้ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป



