ข่าว

องค์กรอิสระเปิดหลักสูตรจัดทัวร์นอกถี่ยิบ

องค์กรอิสระเปิดหลักสูตรจัดทัวร์นอกถี่ยิบ

05 มี.ค. 2560

“วิลาศ” อัด องค์กรอิสระจัดหลักสูตรทัวร์นอก ขัดมติครม. แฉ ปธ.บางองค์กรทัวร์แล้ว 40 ประเทศ จี้ นายกฯ เขียนกม.โละทุกหลักสูตร

 

          เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่พรรคปนะชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เอาจริงเอาจังและใส่ใจกับการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของหน่วยงานราชการและองค์กรอิสระ เนื่องจากเคยออกคำสั่งวันที่ มี.ค. 58 ให้งดเว้นการเดินทางไปต่างประเทศของข้าราชการทุกหน่วยเพื่อประหยัดงบประมาณ แต่หลังจากออกคำสั่งลองไปทบทวนว่ามีหน่วยงานไหนปฏิบัติตามคำสั่งบ้าง อาจจะมีการชะลอไปบ้างแต่เมื่อถึงเดือน ก.ย. ของทุกปีจะมีการนำข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการไปดูงานซึ่งไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์กับชาติไหน  แม้ว่าอาจจะน้อยลงไปบ้างหลังมีคำสั่งนายกฯแต่หน่วยงานที่ไม่ลดลงเลยคือองค์กรอิสระ จึงอยากให้มีการหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง

          นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่ามีสองอย่างที่ควรยกเลิกโดยเด็ดขาดคือ หลักสูตรพิเศษขององค์กรอิสระและหลักสูตรพิเศษที่หน่วยงานต่างๆ จัดอบรมที่ไม่ควรให้ไปต่างประเทศเลย เพราะการจัดอบรมก็เพื่อให้มีความรู้ไม่จำเป็นต้องอบรมเป็นคอร์สเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งบางหลักสูตรไป 2-3 ประเทศ ปฐมนิเทศเสร็จก็จับสลากว่าจะไปประเทศไหน กลายเป็นว่าการไปต่างประเทศเป็นตัวชักนำ จึงควรห้ามโดยเด็ดขาดโดยเฉพาะหลักสูตรพิเศษขององค์กรอิสระทีควรจะยกเลิกให้หมด โดยอาจให้เขียนในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าห้ามไม่ให้องค์กรอิสระจัดหลักสูตรพิเศษ เพราะเป็นองค์กรที่ให้คุณให้โทษแต่มีหลักสูตรพิเศษมีงานสายสัมพันธ์ย่อมกระทบต่อคดีความที่ต้องมีการตัดสิน

          นายวิลาศ กล่าวอีกว่า มีหน่วยงานเดียวที่เป็นองค์กรอิสระคือศาลปกครองสูงสุด ต้องขอบคุณนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ปิดหลักสูตรของศาลปกครองสูงสุด อีกทั้งยืนยันว่าในยุคที่เป็นประธานจะไม่ให้มีการอบรมหลักสูตรพิเศษเพราะคงเข้าใจว่าไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ตนคิดว่าองค์กรอิสระควรจะอิสระเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่แต่ระเบียบอื่น ๆ ควรใช้เหมือนกับหน่วยราชการอื่น ไม่ใช้มีอำนาจโอนงบกันได้เอง จึงฝากไปถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้ตรวจสอบว่าองค์กรอิสระไปต่างประเทศอย่างไรบ้าง ผมตรวจสอบพบว่าไปต่างประเทศบ้าเลือดมากมีสององค์กรเอาช่วงเฉพาะที่คนๆ หนึ่งเป็นประธานไปมาแล้วกว่า 40 ประเทศ บางประเทศเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไปดูเกี่ยวกับการเลือกตั้ง บางประเทศไม่มีคณะกรรมการปราบปรามทุจริตก็ไปดู บางประเทศไม่มีศาลรัฐธรรมนูญก็ไปดูงานประเทศนั้น

          นายวิลาศ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีมติครม.ว่าเนื่องจากในปัจจุบันเป็นช่วงเตรียมการเข้าสู่การปฏิรูปประเทศและมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานของรัฐที่จัดหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ โดยใช้งบประมาณของทางราชการ ชะลอการรับภาคเอกชนและข้าราชการที่เกษียณอายุไว้ก่อน แต่หลังจากมีมติครม.ไปแล้วองค์กรอิสระยังคงจัดหลักสูตรเหมือนเดิม โดยมีเอกชนเรียนเพิ่มขึ้นด้วยเพราะเวลาไปต่างประเทศก็จะเก็บจากคนเหล่านี้ให้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนเอกชนก็คิดแต่จะสร้างเครือข่ายอย่างเดียว จึงอยากให้ไปตรวจสอบเพราะไม่ได้ปฏิบัติตามมติครม. โดยควรบังคับกับองค์กรอิสระด้วย เพราะในขณะนี้องค์กรอิสระใช้วิธีไม่เปิดรายชื่อผู้เรียน จะไปต่างประเทศก็รู้กันเฉพาะกลุ่ม ขณะที่การจัดโปรแกรมใช้วิธีให้ต่างประเทศทำหนังสือเชิญมา

          "ที่น่าเกลียดที่สุดคือสององค์กรอิสระทำหนังสือถึงประเทศภูฎานให้ทำหนังสือเชิญไปดูงาน เขาตอบมาว่าไม่ต้องเชิญพวกคุณก็ไปอยู่แล้ว จึงไม่ทราบว่าคนที่ทำหนังสือไปจะละอายบ้างหรือไม่ ตอนนี้แต่ละหน่วยงานพยายามจัดหลักสูตรพิเศษเพิ่มขึ้น ทำให้มีการวิ่งเต้นเพราะข้าราชการเรียนฟรี มีอีเว้นท์ มีผลประโยชน์ จึงเพิ่มไปเรื่อย แม้แต่กทม.ยังมีหลักสูตรมหานคร โดยเฉพาะกระทรวงการคลังจัดเกือบทุกกรม"นายวิลาศ กล่าว