
โครงการพระราชดำริ ในหลวง ร.9 ช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน
ประชาชนทั่วสารทิศรอกราบพระบรมศพ พร้อมเผยเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อรัชกาลที่ 9
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เวลา 04.50 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศกันอย่างต่อเนื่องด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
นางสาวนิพาดา สมุทรรีรัมย์ และเพื่อนร่วมงาน
นางสาวนิพาดา สมุทรรีรัมย์ อายุ 36 ปี เดินทางมาจาก อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว พร้อมเพื่อนร่วมงานรวม 13 คน เผยว่า ได้เช่ารถตู้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก โดยออกเดินทางมาตั้งแต่ 04.00น.และมาถึง ประมาณ 05.00น. รู้สึกตื้นตันใจมากจนอธิบายไม่ถูกที่ได้มาเห็นและอยู่ในบรรยากาศงานของพระมหากษัตริย์ที่เรารักมากที่สุด ขณะกราบพระองค์ก็รู้สึกใจหายปนกับความซาบซึ้งใจ เนื่องจากสมัยที่ยังเด็ก ย่าเคยเล่าให้ฟังว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยชัน และอ่างเก็บน้ำพระปรง ซึ่งอยู่ใน อ.วัฒนานคร และต่อมาก็ให้พัฒนาเป็นเขื่อนห้วยชัน และเขื่อนพระปรง และพระองค์เคยเสด็จฯ มาทอดพระเนตรเขื่อนห้วยชันด้วย เพื่อใช้กักเก็บน้ำในการอุปโภค บริโภคและการเกษตร โดยมีคลองชลประทานส่งต่อน้ำไปให้ประชาชนได้ใช้อย่างทั่วถึง ทำให้สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งให้แก่ชาวบ้านที่ประสบปัญหามาทุกปีด้วย และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้าน
“ตอนที่อยู่ จ.สระแก้ว ก็มีอาชีพทำสวน ทำไร่ และทำนา ก็ได้ใช้น้ำในโครงการพระราชดำริของพระองค์ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านสอนไว้ และเมื่อเดินทางมาทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี คำสอนของพระองค์ก็ยังนำมาใช้ได้ โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง ความขยันอดทน และการประหยัดอดออม” น.ส.นิพาดา กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า
ด.ญ.สุพิชฌาย์ มะโนแก้ว-นางสาวณิชชยาภรณ์ จิรฐาสืบสกุล
นางสาวณิชชยาภรณ์ จิรฐาสืบสกุล อายุ 49 ปี ซึ่งเดินทางมาสักการะพร้อมลูกสาว ด.ญ.สุพิชฌาย์ มะ โนแก้ว เป็นครั้งแรกจาก อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า มากับเพื่อนทั้งหมด 5 คน ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ก่อนจะเข้าคิวเมื่อเช้าตรู่ เมื่อได้ขึ้นไปกราบก็รู้สึกตื่นเต้น ประทับใจ รู้สึกได้เลยว่าคนไทยทุกคนมีหัวใจเดียวกันที่อยากมากราบพระบรมศพ ด้วยความรักที่มีต่อพระองค์ เพราะทรงเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งการวางพระองค์ การดูแลครอบครัวของพระองค์ รักเดียวใจเดียว ทั้งทรงเป็นผู้นำในส่วนต่างๆ ด้วยพระราชหฤทัยที่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเมื่อทรงศึกษาเรื่องใดจะทรงศึกษาถึงแก่นแท้จริงๆ โครงการพระราชดำริต่างๆของพระองค์จึงทรงผลต่อคนไทยได้ดี โดยเฉพาะเกษตรกร ที่มีทั้งฝนหลวง โครงการแกล้งดินมาช่วยในการเพาะปลูก ที่ผ่านมาจึงยึดหลักความดี มีจิตใจเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ตามหลักของพระองค์ รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และการปลูกพืชผักสวนครัวมาใช้ในชีวิตประจำวัน
นางสาวสุริยา บุญล้อม-นางสาวพรรณทิพย์ แสงแจ้ง-นางสาวลำชี นวลแสง
ด้าน 3 สาวโรงงานย่านบานา นางสาวสุริยา บุญล้อม อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ นางสาวลำชี นวลแสง ชาวจังหวัดศรีสะเกษ และนางสาวพรรณทิพย์ แสงแจ้ง วัย 39 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ที่ได้อาศัยช่วงวันหยุดจากการทำงานพากันเดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยนางสาวสุริยา ได้กล่าวภายหลังที่สักการะพระบรมศพเสร็จแล้วว่า รู้สึกตื้นตันใจ ดีใจมากที่มีโอกาสได้มากราบสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ส่วนตัวแล้วประทับใจโครงการในพระราชดำริการทำไร่นาสวนผสมเพราะที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง ก็จะน้อมนำเรื่องการทำไร่นาสวนผสมมาเป็นหลักยึดในการทำการเกษตร ในช่วงที่ผืนนาว่างจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงนาปี และนาหว่าน ก็จะปลูกผัก ปลูกถั่วเขียวซึ่งเป็นพืชคลุมดิน อันเป็นการพักฟื้นหน้าดินเพื่อปรับสภาพหน้าดินสำหรับการปลูกข้าวต่อไป
"จากนี้ไปมีเพียงสิ่งเดียวที่ตนจะทำได้ในฐานะลูกที่ดีของพ่อหลวงคือการดำเนินชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท อย่างอาชีพสาวโรงงานอาชีพมีความไม่แน่นอน ดังนั้นตอนนี้จึงกันเงินเดือนส่วนหนึ่งฝากธนาคารไว้เพื่อที่จะไว้ใช้ในยามที่อายุมากขึ้น เพราะไม่ต้องการเป็นภาระให้กับลูกหลานในอนาคต" น.ส.สุริยา กล่าว
ทั้งนี้สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 28,038 คน รวม 122 วันมี4,947,049 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,865,283.75 บาท รวม 122 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น417,904,250.59 บาท



