ข่าว

แดงสาวไส้เน่ากันเอง

แดงสาวไส้เน่ากันเอง

29 ส.ค. 2552

ฮ่า! แดงตีกับเหลืองกลางเมือง แดงตีกับน้ำเงินในพัทยา เลือดตกยางออกกันหลายครั้ง ดูแล้วยังไม่มันเท่ากับคนแดงเดือด แด๊กส์กันเอง เป็นมหกรรมสาวไส้เน่าให้ชาวบ้านดู สร้างความสะใจให้บรรดาซาดิสต์ เอาสเต๊กมาแลกก็ไม่ยอม

 นี่แหละ เป็นไปตามคำที่ว่า “ผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัย”

 นายใหญ่คงปวดหัว เมื่อแกนนำเสื้อแดงแบ่งเป็นหลายก๊ก เท่ากับว่าแต่ละก๊กส่งบิลเบิกเงินโดยตรง ทำให้งบเบิกจ่ายต้องบานปลาย เพราะยุทธการสร้างความระยำตำบอนให้แผ่นดินถูกยกระดับให้เป็นการต่อสู้ทุกรูปแบบ

 ปากก็อ้างว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ แต่ชาวบ้านรู้เห็นไส้เน่าตั้งนานแล้วว่ากิจกรรมต่างๆ นั้นจัดทำเพื่อช่วยเหลือคนหนีคุก

 สร้างตำนาน “สู้แล้วรวย” โดยนักล่าน้ำเลี้ยงเสือหิวต่างสายพันธุ์ แข่งกันขยันทั้งชุดภูธรและนครบาล มีทั้งกลุ่มอุดมการณ์และอุดมกิน

 ผู้เปิดงานมหกรรมสาวไส้เน่าคือ “เพ็ญ พลัดถิ่น” โดยมีสามเกลอหัวกลมกะโหลกหนาเป็นเป้าหลัก เริ่มโดยไม่อ้อมค้อม ตีแสกหน้า บอกว่าพวกนักเคลื่อนไหวหัวกลมนั้นเป็นเพียงคณะหลอกแด๊กส์เอาเงินจากคนหนีคุกเท่านั้น

 ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน!

 การถูกสาวไส้เน่าสร้างความเป็นเดือดเป็นแค้นให้สามเกลอหัวกลมเป็นอย่างมาก ความลับที่ปิดบังชาวบ้านเหยื่อของการปลุกระดมชุมนุมถูกเปิดโปง แต่ยังไม่อาย เพราะถือคติ “ด้านได้ อายอด” ดังนั้นจึงตีโต้

 “แล้วเอ็งหนีไปเมืองนอกทำไม” หนึ่งในหัวกลมย้อนเกล็ด “เพ็ญ” นึกว่าเป็นคำคม เค้นออกมาจากมันสมองก้อนขนาดใหญ่เท่าเม็ดถั่วเขียว

 หารู้ไม่ว่าเป็นการกระทบชิ่งนายใหญ่ คนจ่ายเงินอย่างจัง ป่านนี้โมโหจนควันออกหู ท้องไส้ปั่นป่วน ต่อมลูกหมากขยายตัว ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวไม่ยอมย่อย

 นอกจากนายใหญ่ซึ่งเปิดก้นหายไปก่อนศาลตัดสินจำคุกแล้ว ช่วงสงกรานต์เลือดครอบครัวนายใหญ่ก็ไม่ยอมอยู่ในเมืองไทย เผ่นไปดูไบเช่นกัน

 ต้องหาคำพูดเพราะๆ ไปอธิบายแก่นายใหญ่และพวกหนีไปนอกเองเด้อ!

 คำพูด “เพ็ญ พลัดถิ่น” ยังไม่แสบถึงกึ๋นเพียงพอ “ชัย ด่าน” คอมมิวนิสต์หลงยุคตกรุ่น เข้ามาร่วมวง สาวไส้เน่า “ตุ๊ดตู่” ออกมาอีกขดใหญ่ แต่ยังไม่หมด

 เปรียบเปรยได้เจ็บปวดยิ่งกว่าเป็นริดสีดวง บอกว่าพวกแกนนำหัวกลมเป็นเหมือนพวกหัวหมู่ทะลวงฟัน หรือพวกทหารเลวถูกแม่ทัพส่งไปร้องด่าท้ารบหน้าค่ายของศัตรู พอได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ไหวก็ชักดาบฟันฉับ ไม่ดูตาม้าตาเรือ

 เป็นถ้อยคำกำกวม ผู้ชำนาญด้านภาษาตีความได้ว่า เข้าลักษณะ “หมาเห่าใบตองแห้ง” ฮ่า! นี่เป็นสถานการณ์พลิกผัน เพราะ “ชัย ด่าน” ยังไม่ดังก็ประกาศเจตนารมณ์แยกวงเด็ดขาด ขอตั้งก๊กใหม่ชื่อ “แดงสยาม”

 เท่ากับว่าเป็นการแยกใบเบิกจ่าย รับโดยตรง ขึ้นอยู่กับผลงานว่าเข้าตานายใหญ่คนหนีคุกมากน้อยเพียงใด ไม่ยอมผ่านสามเกลอหัวกลม ซึ่งมีเสียงลือว่าปฏิบัติการหักค่าหัวคิวโหดมาก แม้แต่ “ขวัญชัย” ยังต้องร้องจ๊าก

 มหกรรมสาวไส้จะทำให้สามเกลอเบิกจ่ายสะดวกหรือไม่ งานใหญ่กำหนดไว้วันที่ 30 สิงหาคม ถูกนายใหญ่สั่งติดเบรก กลัวว่าจะเข้าทางคนหาจังหวะล้มรัฐบาล ป้ายอึให้กลุ่มคนเสื้อแดง หลังจากทำงานไม่เข้าเป้าหลายครั้ง

 แม้จะโดนสั่งห้าม สามเกลอยังประกาศเดินหน้า อ้างว่าแผนทุกอย่างเตรียมไว้พร้อม เหมือนปืนขึ้นนกแล้วต้องยิง หรือเป็นเพราะควักจ่ายสำรองไปก่อน หวังเอาผลงานไปเบิกจ่ายย้อนหลัง เมื่อดูแล้วงานภายหน้าไม่ราบรื่น

 งานหลอกแด๊กส์ คงกระเดือกลงคอไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะ “เพ็ญ พลัดถิ่น” และ “ชัย แดง” ยกระดับเป็นก้างขวางคอชิ้นเบ้อเริ่ม

 ศึกคนแดงเดือด แย่งกันแด๊กส์ จึงเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในวงการนักจัดม็อบจนกลายเป็นอาชีพหลัก ทำให้สามเกลอหัวกลมต้องระวังจังหวะการก้าวย่าง เพราะย่อมมีคนจ้องจับไต๋ งานนี้ต้องมีการ “เอาคืน” และแค้นนี้ต้องชำระ

 การสาวไส้เน่าทำให้เส้นทางทำมาหากินของหัวกลมต้องแคบลง ติดขัด เพราะคนหนีคุกทั้งคู่ย่อมเข้าใจในสถานการณ์ ร่วมชะตากรรมเดียวกัน โอกาสกลับมาแผ่นดินเกิด คงเป็นไปในลักษณะ “กลับบ้านเก่า” เท่านั้น

 เวรกรรม ทุกข์เข็ญที่สร้างไว้ให้บ้านเมืองหนักหนาสาหัสนัก!

 เพื่อกลบเกลื่อนไต๋ ซ่อนไส้เน่า เหมือนช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิด ตามคำพังเพยที่นายใหญ่พูดให้ฝรั่งงงช่วงสงกรานต์ สามเกลอหัวกลมกะโหลกหนาต้องกำหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ให้นายใหญ่ลืมความล้มเหลว 

 การปลุกระดมคนเสื้อแดงไม่น่าจะง่าย ถ้า “เพ็ญ พลัดถิ่น” และ “ชัย ด่าน" ทำให้คนเริ่มตาสว่าง ไม่ยอมเป็นอิฐปูเส้นทางสร้างความรวยให้หัวกลม หรือการแตกคอกัน เกี่ยวพันเรื่องผลประโยชน์ เป็นเวรกรรมตามทันพวกป่วนเมือง ตั้งเวทีเมื่อไหร่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ พายุถล่มหนีตายแทบไม่ทันนิ! อิอิอิ!!!