
“สุวพันธุ์”ลั่น ยังคงควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายเข้มงวด
“สุวพันธุ์” ลั่น ยังคงควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายเข้มงวดต่อไป ระบุ มีหลักฐานที่ใช้ดำเนินการกับผู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของ จนท.ทั้งกฎหมายและธรรมวินัย
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์กรณีวัดพระธรรมกายว่า ทางหน่วยงานของรัฐกำลังดำเนินการ ๓ เรื่องพร้อมกันคือ การบังคับใช้กฎหมาย การปกครองของสงฆ์ และพระธรรมวินัย ผลการปฏิบัติที่ผ่านมาพบว่า มีหลักฐานที่จะใช้มาตรการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ขัดขวางการทำงาน ปลุกปั่น ยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย รวมทั้งมีประเด็นที่จะเสนอให้คณะสงฆ์ดำเนินมาตรการด้านการปกครองและด้านพระธรรมวินัยต่อไป
ส่วนกรณีที่ว่าด้านกฎหมายจะทำอย่างไรนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ขอเรียนว่าจะยังคงการควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวดต่อไปและปรับการปฏิบัติไปตามสถานการณ์ เช่น ทราบว่าเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้มีประกาศไม่ให้พระสงฆ์มาชุมนุมที่ตลาดกลางแล้ว ก็ต้องให้มีการปฏิบัติที่เป็นไปตามประกาศ ขณะนี้วัดพระธรรมกายอ้างเหตุพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัดขัดขวางการเข้าไปปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงมีคำถามว่าถ้าไม่อยู่จะขัดขวางไปทำไม และเหตุใดที่ต้องขัดขวางผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่ให้เข้าไปในวัด ทราบว่าเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลผู้ขัดขวางการปฏิบัติงานทั้งที่เป็นพระและประชาชนทั่วไปแล้ว จะดำเนินการทางกฎหมายและธรรมวินัยต่อไป
“เมื่อวานนี้ได้มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการทำหน้าที่ของผู้รักษาการเจ้าอาวาสและพระสังฆาธิการของวัดพระธรรมกาย ได้ทำหน้าที่ตามกฎหมายคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคมแล้วหรือไม่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีรายงานว่า ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าอาวาสเพื่อยุติการกระทำของพระสงฆ์และการใช้พื้นที่วัดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง นอกจากนั้นพระสังฆาธิการระดับอื่นๆของวัดก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวเช่นเดียวกัน จึงเป็นที่สงสัยของสังคมว่าการปกครองของคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายมีสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๒๔ พ.ศ.๒๕๔๑ หมวด ๔ จริยาของพระสังฆาธิการ ข้อ ๔๔ ที่ว่าพระสังฆาธิการต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย ข้อ ๔๕ พระสังฆาธิการต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือแม้แต่ข้อ ๔๖ ที่ว่าพระสังฆาธิการต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายแก่การคณะสงฆ์และการพระศาสนา และห้ามมิให้ละทิ้งหน้าที่ในทางที่ไม่สมควร จึงมีคำถามว่าการปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคมหรือไม่ ถ้าไม่ชอบด้วยกฎต้องแก้ไขอย่างไร เรื่องนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับไปพิจารณาแล้วคงต้องหารือกับเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูงด้วย ขอเรียนว่ากฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๒๔ ถ้าถูกนำมาใช้ตามเจตนารมณ์จะช่วยคลี่คลายปัญหาที่กำลังเป็นอยู่ได้เป็นอย่างดีเพราะได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ ที่มาที่ไปของพระสังฆาธิการไว้ด้วยแล้ว ” สุวพันธุ์ กล่าว
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนด้านพระธรรมวินัย ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานการกระทำที่อาจคาบเกี่ยวกับการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวกันหรือหลายเรื่องอยู่เป็นประจำบ่อยครั้ง กระทำที่เป็นความผิดซ้ำๆ กันหลายครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลปรากฎอยู่เกี่ยวกับพฤติกรรมของพระสงฆ์หลายรูปรวมทั้งพระธัมมชโยด้วย ทราบมาว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำลังดำเนินการร่วมกับคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองระดับสูง



