ต่างชาติยกย่องในหลวง ร.9 กษัตริย์ของคนทั้งโลก
วันหยุดสุดสัปดาห์ ประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติเดินมากันอย่างหนาตา เพื่อรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างร้อนตลอดทั้งวัน
วันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในวันหยุดสุดสัปดาห์ มีประชาชนเดินมากันอย่างหนาตา ทั้งคนเดียว ครอบครัว หมู่คณะ ท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างร้อนตลอดทั้งวันแต่ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด โดยวันนี้สำนักพระราชวังได้เปิดประตูวิเศษไชยศรีตั้งแต่เวลา 04.45 น.ให้ประชาชนกลุ่มแรกได้เข้าไปรอขึ้นกราบพระบรมศพ
นางอรอุมา เครือวัลย์ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดนครพนม ที่ย้านถิ่นฐานมาทำงานเป็นพนักงานสำนักการระบายน้ำ สังกัดกรุงเทพมหานคร กล่าวหลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้วยน้ำตานองหน้าว่า เป็นครั้งแรกที่มาสักการะพระบรมศพ วินาทีแรกที่ก้มลงกราบน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกปลาบปลื้มใจที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน รักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากที่สุด ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมาพระองค์ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด แม้กระทั่งขณะพระปชวรก็ยังทรงงานด้วยความเป็นห่วงประชาชน โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 พระองค์ประทับรักษาพระวรกายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ก็ยังพระราชทานพระราชานุญาตให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม เข้าเฝ้าฯ เพื่อพระราชทานคำแนะนำในการแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นวิกฤติ
นางอรอุมา เครือวัลย์
“เคยเฝ้ารับเสด็จฯ พระองค์ท่านเมื่อครั้งเสด็จออกมหาสมาคมที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556 ตอนนั้นคนไทยพร้อมใจใส่เสื้อเหลืองมารับเสด็จเนืองแน่นมาก จนเราไม่สามารถไปเฝ้ารับเสด็จที่ลานพระบรมรูปทรงม้าได้ จึงได้แต่นั่งรออยู่สองข้างทางที่รถพระที่นั่งเคลื่อนผ่าน ตอนนั้นขบวนรถพระที่นั่งเคลื่อนผ่านอย่างช้า เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมี รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้เห็นพระพักตร์ท่านในวันนั้น และจากนี้ไปถึงแม้ไม่มีพระองค์ท่านแล้ว แต่เราจะยึดหลักคำสอนเรื่องความพอเพียงมาปรับใช้ในการกำเนินชีวิตต่อไป” นางอรอุมา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ด้านนางประภัสสร แฮร์ริสัน ชาวอุดรธานี อาชีพพนักงานธนาคาร กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับสามี นายวิลเลี่ยม แฮร์ริสัน อายุ 48 ปี สัญชาติอเมริกัน อาชีพธุรกิจส่วนตัว และลูกอีกสองคน โดยสามีได้ย้ายมาอยู่ประเทศไทยเป็นเวลา 17 ปีแล้ว และวันนี้้ใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์เช้ารถตู้เดินทางมาจากบ้านเกิด ตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก
“ตอนที่ขึ้นไปกราบก็รู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาคลอ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มีโอกาสเดินทางมากราบพระองค์ท่านเพราะบ้านอยู่ไกล แต่ด้วยคิดถึงพระองค์ที่ท่านทรงทำงานหนักเพื่อคนไทย ทรงคิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนรวมโดยไม่ห่วงพระวรกาย เพราะพระองค์รักประชาชน ดังนั้นเราเป็นประชาชนคนธรรมดา เป็นพสกนิกรของพระองค์ จึงได้น้อมนำหลักคำสอนในเรื่องความเพียรและความขยันอดทนมาใช้ในชีวิตการทำงานและการดูแลครอบครัว” นางประภัสสร กล่าว
ครอบครัว "แฮร์ริสัน"
ขณะที่นายวิลเลี่ยม กล่าวเพิ่มเติมว่า พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแรงบันดาลใจในหลายๆ เรื่องให้กับคนทั่วโลก และสิ่งที่พระองค์ทำสามารถเปลี่ยนแปลงคนทั่วโลก ไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น โดยเฉพาะโครงการฝนหลวงที่พระองค์ทรงคิดค้นและทดลองขึ้นมานั้นหลายประเทศก็นำไปใช้ แม้แต่สหรัฐอเมริกาเองก็นำแนวพระราชดำริของพระองค์ไปใช้ภายในประเทศด้วย จึงกล่าวได้ว่าแนวพระราชดำริของพระองค์ไม่ใช่เกิดประโยชน์เฉพาะกับคนไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดประโยชน์แก่คนทั้งโลกก็ว่าได้ ดังนั้น ตนจึงมองว่าพระองค์ท่านไม่ใช่พระมหากษัตริย์ของคนไทยเท่านั้น แต่เป็นพระมหากษัตริย์ของคนทั้งโลกด้วย
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.หลังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.10 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 29,038 คน รวม 121 วันมี4,919,011 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,140,079.50 บาท รวม 121 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 416,038,966.84 บาท



