ข่าว

สภาฯดุ"เชาวริน"ตั้งรางวัล5พันตบ"บุญยอด"จอมประท้วง

สภาฯดุ"เชาวริน"ตั้งรางวัล5พันตบ"บุญยอด"จอมประท้วง

28 ส.ค. 2552

สภาฯ ดุ! “เชาวริน” สุดกร่าง ประกาศให้ 5 พัน “ตบบุญยอด” หลังถูกประท้วงถี่ยิบ เหตุถล่ม “กษิต” นอกเรื่อง แฉกลับ “รมว.-ขรก.” ถูก ยูเออี ห้ามเข้าประเทศ แต่สุดท้ายงบฯบัวแก้ว ผ่านฉลุย ปธ.วิปรัฐ ขีดเส้นตี 2 ต้องจบ แต่ถ้ายังป่วนก็ลากต่อไป

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจาณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2553  มาตรา 8 กระทรวงการต่างประเทศ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ปรับลดงบลงเหลือ 6,903,822,700 บาท จากที่ตั้งไว้ 7,273,822,700 บาท โดยการอภิปรายของส.ส.พรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่มุ่งโจมตีไปที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง  เนื่องจากมีบทบาทใกล้ชิดกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นผู้นำในการยึดสนามบิน สร้างความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการทำหน้าที่รัฐมนตรีมุ่งแต่จะจับกุมพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปราย ว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ส.ส.ฝ่ายค้าน เกี่ยวกับการบริหารงานของนายกษิตขณะเป็นทูต มีความประพฤติไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการชกต่อยนักเรียนทุนคนหนึ่งที่ประเทศรัสเซีย  ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง หรือแม้แต่คณะสงฆ์ไทยเดินทางไปญี่ปุ่น นายกษิต ก็พูดด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม  ตนเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะถือเป็นยุคทองด้านการต่างประเทศ เพราะนายกฯ ก็พุดภาษาอังกฤษเก่ง ส่วนนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ก็เป็นเลขาธิการอาเซียน แต่กลับต้องมาหม่นหมองเพราะรมว.ต่างประเทศคนนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมดุเดือดขึ้นเมื่อ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงว่าร.ต.ท.เชาวริน พูดจาวกวน การพิจารณางบประมาณ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้ร.ต.ท.เชาวริน หันไปชี้หน้านายบุญยอด พร้อมกล่าวว่า คนๆ นี้หยุดประท้วงได้แล้ว เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ตนเคยพูดไว้แล้วว่า ใครตบหัวไอ้นี่ได้จะให้เงิน 5 พันบาท ซึ่งร.ต.ท.เชาวริน กล่าวพร้อมชูธนบัตรในละ 1 พันจำนวน 5 พันบาท แล้วหัวเราะอย่างสะใจ

 นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า ในฐานะที่ตนนับถือและเรียกร.ต.ท.เชาวรินว่าอามาตลอด ขออย่าเอาเรื่องส่วนตัวของบุคคลมาโยงเรื่องระหว่างประเทศ ทำให้ร.ต.ท.เชาวริน พูดด้วยความไม่พอใจว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเรียกว่าอา ขอยืนยันว่าทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ และพูดอะไรไปยินดีรับผิดชอบคำพูดอยู่แล้ว

 เมื่อบรรยากาศเริ่มตึงเครียด ทำให้นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา คนที่ 1 พูดไกล่เกลี่ยขอให้ถอนคำพูดว่า “ตบหัวไอ้นี่” เพื่อความเรียบร้อยของการประชุม ซึ่งร.ต.ท.เชาวรินยอมถอนในที่สุด

 จากนั้น ร.ต.ท.เชาวริน อภิปรายต่อว่า ตนเสนอตัดงบของกระทรวงนี้ 10 เปอร์เซ็นต์ และไม่เข้าใจเรื่องการจัดงบประชาสัมพันธ์ตัวรมว.ต่างประเทศ ที่ใช้เงินจำนวนมาก กินภาษีของประชาชน ถ้ารมว.ต่างประเทศทำตัวดี ตามกรอบ ก็ไม่จำเป็นต้องมีงบนี้ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้ทำหน้าที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตนทราบมาว่า รมว.ต่างประเทศ และอีกหลายคน และข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่สามารถขอวีซ่าเข้าได้ แม้แต่ประธานสภาจะเดินทางไปเยือนก็ยังไม่ได้วีซ่าในเวลาอันควร ต้องขอนุญาตไปที่ดูไบก่อน เพราะกระทรวงการต่างประเทศไปกล่าวหาว่าดูไบให้ที่อยู่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 ต่อมา นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงการจัดทำงบประมาณของกระทรวงนี้ พร้อมขอความร่วมมือกับฝ่ายค้านว่า การใช้เหตุผลไม่ชอบหน้าหรือพฤติกรรมส่วนตัวของรมว.ต่างประเทศ เพราะวันข้างหน้าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องใช้งบประมาณของกระทรวงเหมือนกัน ส่วนนโยบายและความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ทราบว่ารัฐบาลได้ใช้การประสานของ 3 ทาง คือ รมว.ต่างประเทศ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กำกับดูแลฝ่ายความมั่นคง เพราะนายสุเทพ มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และอีกทางคือกองทัพ โดยผบ.เหล่าทัพ ที่ระดับผู้นำทหารระหว่างไทยกับกัมพูชาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และยืนยันว่านโยบายของกองทัพคือนโยบายเดียวกันกับนโยบายของรัฐบาล ตนมั่นใจว่าจากความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจะไม่เกิดสงครามระหว่างสองประเทศนี้

 จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบงบกระทรวงการต่างประเทศ ด้วยคะแนน 235 ต่อ 73 ไม่ลงคะแนน 7 เสียง และพิจาณามาตรา 9 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่กรรมาธิการปรับเพิ่มเป็น 4,113,141,200 บาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 4,041,138,700 บาท

วิปรัฐขีดเส้นอภิปรายงบจบตี2

 เมื่อเวลา 20.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ต้องเป็นไปตามกรอบที่ตกลงกันไว้ ซึ่งจะครบเวลาในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 29 ส.ค. จึงขอให้ฝ่ายค้านทำตามข้อตกลง และหากครบเวลาแล้วยังไม่สามารถพิจาณาได้ครบทั้ง 34 มาตรา ก็ต้องต่อเวลาการประชุมจนพิจารณาจบทั้งหมด