
ธปท.กระตุ้นเอกชนลงทุนฟื้นศก.ชี้ไทยเสี่ยงฟื้นไม่ยั่งยืน
แบงก์ชาติชี้เอกชนไม่ลงทุน เศรษฐกิจไทยเสี่ยงฟื้นตัวไม่ยั่งยืน จับตาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก นักธุรกิจมองเสื้อแดงชุมนุมกระทบเศรษฐกิจแค่เล็กน้อย เชื่อไม่มีความรุนแรง เรียกร้องหยุดทำร้ายประเทศ หันหน้ามาช่วยกันฟื้นเศรษฐกิจ
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงในการฟื้นตัวที่ไม่ยั่งยืน หากการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว แม้ว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เป็นต้นมา โดยในช่วงแรกของการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ยังคงต้องอาศัยการลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นตัวนำก่อน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงการจ้างงาน และบริโภคในประเทศ
"ความเสี่ยงอันดับหนึ่งต่อเศรษฐกิจไทยระยะนี้ยังมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่ง ธปท.จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะว่าภาคการผลิตไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออก โดยเฉพาะประเทศจี 3 ได้แก่ สหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น แม้ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสอบถามถึงภาวะธุรกิจของ ธปท.ล่าสุดจะมองว่าแนวโน้มคำสั่งซื้อสินค้าในครึ่งปีหลัง มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม" นายไพบูลย์กล่าว
ส่วนปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองภายในหากมีความไม่สงบเกิดขึ้นก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งของผู้ผลิตและผู้บริโภค แม้ว่าตัวเลขที่ ธปท.ได้มีการสำรวจผู้ประกอบการล่าสุด ภาคธุรกิจจะมีความเชื่อมั่นต่อปัญหานี้ว่าจะไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้นก็ตาม
ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ ว่ารัฐบาลคงจะใช้วิธีละมุนละม่อมในการดูแลผู้ชุมนุม จึงไม่น่าจะมีความรุนแรง และกลุ่มคนเสื้อแดงก็ประกาศว่าจะไม่ชุมนุมยืดเยื้อ ทำให้ไม่น่าเป็นห่วง ขณะที่ผลกระทบของการชุมนุมที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมก็มีน้อยมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมจะมีรายได้จากการส่งออกเป็นหลัก แต่คงมีผลกระทบบ้างต่อการท่องเที่ยว และการจับจ่ายบริโภคของประชาชนที่อาจจะชะลอลง
ขณะที่นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คนไทยไม่ควรสร้างความบอบช้ำให้แก่ประเทศ เพราะจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นมากขึ้น ควรที่จะหันมาระดมสมองแก้ปัญหาเศรษฐกิจดีกว่า เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว หากประเทศไทยยังมีปัญหาการเมือง และมีความขัดแย้ง ก็จะเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ เพราะนักลงทุนต่างชาติก็จะไม่มาลงทุนในไทย



