
เตรียมสร้างอ่างเก็บน้ำ-เขื่อนใต้ดินบนเกาะพะงัน
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กรมชลประทานชับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ ได้ศึกษาเตรียมพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำธารประเวศและเขื่อนใต้ดิน หวังให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักสำหรับการอุปโภค-บริโภคและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งมั่นใจจะสามารถรองรับการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวของเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานีในอนาคตอีก 20 ปีข้าวหน้า
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายวิชาการเปิดเผยว่าปัจจุบันความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นในทุกกิจกรรมและทุกพื้นที่ของประเทศสำหรับพื้นที่ชุมชนเมืองก็จะมีปัญหาเรื่องของการขาดแคลนน้ำดิบสำหรับการอุปโภค-บริโภคเช่นเดียวกับที่เกาะพะงันมีอัตราการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวสูงมาก ปัญหาที่ตามมาก็คือการขาดแคลนน้ำ จากการศึกษาพบว่ามีประชากรที่อาศัยอยู่ในเกาะพะงัน รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ปัจจุบันเกาะพะงันมีความต้องการน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคและภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาะพะงันจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.065 ล้านลบ.ม.และ6.024 ล้านลบ.ม.ตามลำดับ
ดังนั้นกรมชลประทานจึงได้พิจารณาวางโครงการโดยดำเนินการศึกษาความเหมาะสมวางแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตร่วมกับหน่วยงานราชการภาครัฐ เอกชนและประชาชนในพื้นที่ในการพิจารณาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำธารประเวศและเนื่องจากพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำโครงการธารประเวศตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเกาะพะงัน โซนอนุรักษ์เพิ่มเติม(C) กรมชลประทานจึงต้องดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น(ไออีอี) โดยให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ จากกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท เอ็นแคต คอนเซ้าแตนท์ จำกัดและบริษัทเอส เค แมเมจเม้น แอนด์ แพลนนิ่ง จำกัด ลงพื้นที่ศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบในทุกมิติ มีระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งรายงานฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2560 นี้
รองอธิบดีกรมชลประทานเผยต่อว่าสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำธารประเวศ มีลักษณะเป็นเขื่อนดินสร้างปิดกั้นคลองธารประเวศ มีความยาว 245.50 เมตร สูง 30 เมตร สามารถเฏ้บกักน้ำได้ 1.13 ล้านลบ.ม. โดยมีอาคารประกอบได้แก่ อาคารระบายน้ำล้น(Spilway)ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของตัวเขื่อน ออกแบบให้ระบายน้ำด้านข้าง โดยมีความยาวของฝาย 20 เมตร สามารถระบายน้ำสุงสุด 70.50 ลบ.ม.ต่อวินาทีและอาคารระบายน้ำล้นลงลำน้ำเดิม ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของเขื่อน ระบายน้ำผ่านท่อได้ 2.36 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งหากสามารถสร้างได้จะช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำให้กับพื้นที่ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยปริมาณน้ำที่เก็บกักได้แบ่งเป็นความต้องการน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค 73,780 ลบ.ม.และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 556.770 ลบ.ม.
“ในระหว่างการศึกษาโครงการได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการ เอกชนและราษฎร์ในพื้นที่หลายครั้ง ซึ่งก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ส่วนใหญ่มีความต้องการแหล่งน้ำและอยากให้โครงการสร้างเสร็จโดยเร็ว โดยบอกว่าหากมีการพัฒนาโครงการดังกล่าวจะทำให้มีน้ำเพื่อการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคแล้วยังมีการต่อยอดในการจัดภูมิทัศน์เพื่อให้อ่างเก็บน้ำธารประเวศเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเกาะพะงันสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี”
ดร.สมเกียรติย้ำด้วยว่านอกจากนั้นเพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงของน้ำในพื้นที่เกาะที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว กรมชลประทานยังได้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างเขื่อนใต้ดินบนเกาะพะงันอีกหนึ่งโครงการ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าบนพื้นที่เกาะพะงันมีศักยภาพที่จะพัฒนาเพื่อนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ถึงปีละ1.5-1.8 แสนลบ.ม. โดยเป็นเขื่อนใต้ดินที่มีลักษณะเป็นกำแพงทึบ ซึ่งอยู่ภายใต้ผิวดินลึกประมาณ 36 เมตร กำแพงยาวประมาณ 1,161 เมตร ซึ่งกำแพงดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการเก็บกักน้ำที่มีอยู่ใต้ดินไม่ให้ไหลลงสู่ทะเลและที่สำคัญการก่อสร้างเขื่อนใต้ดินจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นการก่อสร้างแนวกั้นน้ำใต้ดิน ซึ่งทั้งสองโครงการถือเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสร้างความมั่นคงภาคการผลิตให้กับเกาะพะงันและเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์น้ำของรัฐบาลอีกด้วย
อย่างไรก็ตามในระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม 2560 นี้ทางกรมชลประทานได้นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางเยี่ยมชมความคืบหน้าทั้งสองโครงการคือโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำธารประเวศและโครงการก่อสร้างเขื่อนใต้ดินบนเกาะพะงัน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีด้วย



