
หวั่นพม่ารบโกก้างลามสงครามกลางเมือง
กรุงเทพฯ-หวั่นทหารพม่ากับชนกลุ่มน้อยลามเป็นสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ และทำให้มีผู้หนีภัยทะลักข้ามพรมแดนเข้าไปยังจีนมากขึ้น
กลุ่มยูเอส แคมเปญ ฟอร์ เบอร์มา หรือยูเอสซีบี ระบุว่า การปะทะกันระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยจีนโกก้าง และกองทัพของรัฐบาลพม่า เปิดฉากเมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ซึ่งเป็นการทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมานาน 20 ปี และตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้อพยพหนีเข้าไปยังจีนเกือบ 3 หมื่นคนแล้วตามการเปิดเผยของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขณะที่หนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ส ของทางการจีน รายงานว่า ชาวพม่ายังคงทะลักข้ามชายแดนไปยังเมืองหนานซาน ในมณฑลยูนนาน ขณะที่ทางการได้เพิ่มกำลังตำรวจติดอาวุธบริเวณชายแดนด้านที่ติดกับพม่า ส่วนสำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้อพยพได้พักอาศัยที่ค่ายพักชั่วคราวที่ทางการจีนจัดหาอาหารและการดูแลทางการแพทย์ให้
ด้านนายคืนใส ใจเย็น บรรณาธิการสำนักข่าวฉาน เฮรัลด์ เปิดเผยว่า มีรายงานว่ากองกำลังของชนกลุ่มน้อย กองทัพสหรัฐพรรคว้า หรือยูดับเบิลยูเอสเอ ได้เข้าร่วมกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยโกก้าง ต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่า พร้อมกับเตือนว่า กลุ่มอื่นๆ ที่ทำข้อตกลงกับรัฐบาลทหารอยู่ในปัจจุบัน อาจเข้าร่วมในการต่อสู้ด้วย ซึ่งหากกองทัพพม่ากลับไปยึดจุดยืนประนีประนอม ก็จะเป็นการดี แต่ถ้าไม่ ก็อาจนำไปสู่การทำสงครามกลางเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนเตือนว่า ความพยายามของรัฐบาลทหารที่จะสร้างเสถียรภาพก่อนการเลือกตั้งในปีหน้าอาจให้ผลออกมาในทางตรงข้าม
ขณะที่นายเดวิด แมทธีสัน นักวิเคราะห์เกี่ยวกับพม่าของกลุ่มฮิวแมนไรท์ วอทช์ เห็นด้วยว่า สงครามกลางเมืองอย่างเต็มรูปแบบเป็นความน่ากลัวที่แท้จริง และอาจดึงดูดอีกหลายกลุ่มเข้ามาร่วมวงเปิดศึกแห่งความขัดแย้ง หลังสถานการณ์สงบเงียบนับตั้งแต่รัฐบาลทหารพม่าลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ 17 กลุ่ม
ทั้งนี้กองกำลังสหรัฐพรรคว้าและกองกำลังจีนโกก้างซึ่งได้ชื่อว่ามีฐานเศรษฐกิจและฐานกำลังเข้มแข็งที่สุด ได้เข้าร่วมกระบวนการหย่าศึกกับรัฐบาลทหารพม่าเมื่อปี 2531 ภายใต้เงื่อนไขให้กองกำลังเหล่านี้สามารถคงกองกำลังอาวุธไว้ได้ดังเดิม และเปิดโอกาสให้ดำเนินธุรกิจอย่างเสรี ทำให้ทั้งสองกลุ่มร่ำรวยอย่างมหาศาลในการทำธุรกิจยาเสพติดในรัฐฉาน โดยเฉพาะกลุ่มยูดับเบิลยูเอสเอที่ร่ำรวย และมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นำสมัยที่สุด



