
โพลล์ชี้ฝ่ายค้านยุ่นกวาดชัยถล่มทลาย
โตเกียว-โพลล์ล่าสุดที่จัดทำขึ้นก่อนวันเลือกตั้งไม่นาน ชี้ "ดีพีเจ" จะกวาดชัยชนะอย่างถล่มทลายถึง 2 ใน 3 ซึ่งจะทำให้ "แอลดีพี" สูญเสียอำนาจการปกครองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี
ผลสำรวจความคิดเห็นที่หนังสือพิมพ์อาซาฮีจัดทำขึ้นแล้วนำออกเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ชี้ว่า พรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (ดีพีเจ) พรรคฝ่ายค้านภายใต้การนำของนายยูกิโอะ ฮาโตยามา จะกวาดที่นั่งไปได้ถึง 320 ที่นั่ง จากทั้งหมด 480 ที่นั่งในสภาไดเอท ในการเลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์นี้ ขณะที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ของนายกรัฐมนตรีทาโร อะโซนั้นคาดว่าจะได้ไปเพียง 100 ที่นั่งเท่านั้น
ทั้งนี้ ก่อนที่นายอะโซจะประกาศยุบสภาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคดีพีเจมีที่นั่งอยู่ในสภาเพียง 112 ที่นั่งเท่านั้น ส่วนพรรคแอลดีพีนั้นมีมากถึง 300 ที่นั่ง
โพลล์ของสำนักอื่น ๆ ก็ระบุว่า พรรคดีพีเจมีสิทธิ์ครองที่นั่งมากกว่า 300 ที่นั่งเช่นกัน ซึ่งถ้าหากฝ่ายค้านได้รับชัยชนะก็จะทำให้พรรคแอลดีพีตกจากอำนาจหลังจากปกครองญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 2498 โดยแอลดีพีนั้นเคยประสบความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาไม่ถึงปี ระหว่างปี 2536-2537 เท่านั้น
ทั้งนี้ พรรคแอลดีพีได้แต่เฝ้าดูคะแนนนิยมที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย อัตราคนว่างงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การขาดผู้นำที่มีความรู้ความเข้าใจ และยังสนับสนุนการขึ้นภาษีอีกด้วย ส่วนตัวนายอะโซ ที่ดำรงตำแหน่งประธานพรรคด้วยนั้น ก็ถูกมองว่าอ่อนแอ โดยผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ได้แสดงให้เห็นว่าตัวเขามีคะแนนนิยมไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านของนายฮาโตยามานั้นก่อตั้ง และดำเนินการโดยบรรดาผู้ที่แปรพักตร์มาจากพรรคแอลดีพี ดังนั้น ทั้งสองพรรคจึงมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องจุดยืนอนุรักษนิยมในประเด็นสำคัญหลายอย่าง แต่ถ้าพรรคดีพีเจชนะการเลือกตั้ง และทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียง นโยบายหลายอย่างของประเทศที่ใช้กันมายาวนานอาจจะถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
ด้านนายทาโร อะโซได้ยอมรับระหว่างหาเสียงเลือกตั้งที่โอซากาว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไม่พอใจกับผลการดำเนินงานของพรรคแอลดีพีก่อนวันเลือกตั้ง โดยทางพรรคไม่สามารถแสดงออกมาอย่างกระจ่างชัดว่าข้อดีของอนุรักษนิยมคืออะไร ซึ่งทางพรรคเสียใจที่ไม่ได้ส่งสารที่ชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา



