ข่าว

แนวโน้มยาเสพติดโลกชี้ผู้หญิงเสพยาเกินขนาด

แนวโน้มยาเสพติดโลกชี้ผู้หญิงเสพยาเกินขนาด

03 มี.ค. 2560

 ป.ป.ส.แถลงรายงานประจำปี ระบุผู้หญิงทั่วโลกติดยาเพิ่ม สัดส่วน 1 ใน 3 สถิติชี้ผู้หญิงเสพยาเกินขนาดมากกว่าผู้ชาย

 

          3 มี.ค.60 นายนิยม เติมศรีสุข รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายวิโรจน์  สุ่มใหญ่ รองเลขาธิการคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) และนายอินชิค ซิม (Mr.Inshik Sim ผู้แทนจากสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ร่วมแถลงรายงานประจำปี 2560 เรื่องแนวโน้มของยาเสพติดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  
          นายวิโรจน์ กล่าวว่า จากสถิติในหลายประเทศระบุว่าผู้หญิงใช้ยาเสพติดเกินขนาดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยาระงับประสาท อาทิ ยาอัลปราโซแลม ไดอาซีแพมในลักษณะที่ใช้ผสมเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น สุรา ดังนั้นคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) จึงเรียกร้องให้มีนโยบายกำกับดูแลผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิง โดยรายงานของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) ประจำปี 2559เคยเรียกร้องให้มีนโยบายกำกับดูแลผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิง มาตรการความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อการเข้าถึงบริการทางสุขภาพและเพิ่มงบประมาณในการป้องกันและบำบัดรักษา และยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับนักโทษคดียาเสพติด รวมทั้งการสนับสนุนให้หลายๆประเทศพิจารณาการให้ทางเลือกแทนโทษจำคุกสำหรับผู้กระทำความผิดเล็กน้อย นอกจากนี้ยังไม่เห็นด้วยกับการทำให้กัญชาถูกกฎหมาย เว้นแต่นำไปใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์  
          นายเวอเนอร์ ซิปป์ (Werner Sipp) ประธาน INCB กล่าวว่า ผู้ใช้ยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนหญิงและผู้หญิงมีจำนวนเฉลี่ยทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ใช้ยาเสพติดทั่วโลกซึ่งระดับของการใช้ยาเสพติดมีปริมาณสูงขึ้นในกลุ่มผู้หญิงที่มาจากประเทศที่มีรายได้สูง อย่างไรก็ตาม มีผู้หญิงเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่มีโอกาสได้เข้ารับการบำบัดรักษา เนื่องจากระบบโครงสร้าง ทางสังคมวัฒนธรรม และค่านิยมที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการบำบัดรักษาซึ่งเมื่อเทียบกับผู้ชายแล้วพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มในการใช้สารเสพติดตามใบสั่งแพทย์ รวมถึงยาคลายเครียดไปในทางที่ผิดมากกว่าผู้ชาย เช่น เยอรมนีและเซอร์เบีย มีรายงานว่าผู้หญิงมีการใช้ยาเกินขนาดจากใบสั่งแพทย์สูงกว่าผู้ชาย ส่วนกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักรก็มีจำนวนการใช้สารเสพติดทุกชนิดเกินขนาดเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเช่นกัน  
          ขณะที่นายนิยม กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยคุกคามต่อทุกประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศที่มีชายแดนเชื่อมติดและตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งมีการลักลอบนำเข้าสารตั้งต้นและสารเคมีต่างๆเข้ามาผลิตยาเสพติดอย่างเนื่อง จึงทำให้มีประชาชนส่วนหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดหรือตกเป็นเหยื่อของการใช้ยาเสพติด ที่ผ่านมาไทยจึงได้มีการปรับใช้นโยบายควบคุมยาเสพติดแนวใหม่ โดยใช้แนวทางสาธารณสุขเป็นพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและมองว่าผู้เสพเป็นผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับบริการด้านการบำบัดรักษาซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับรายงานประจำปีของ INCB ในเรื่องของนโยบายยาเสพติดที่ให้ความสำคัญความแตกต่างทางเพศและการเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพ สำหรับผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มผู้หญิง.