ใกล้-ไกล หัวใจเดียวกันเพื่อแสดงความรักต่อพ่อของแผ่นดิน
ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วสารทิศ อาทิ น่าน มหาสารคาม ขอนแก่น สงขลา เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ นราธิวาส ฯลฯ เดินทางมารอต่อแถวเข้ากราบพระบรมศพ
วันที่ 3 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการไว้อาลัยและเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศของประเทศไทย อาทิ น่าน มหาสารคาม ขอนแก่น สงขลา กาญจนบุรี เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี เพชรบูรณ์ นราธิวาส ฯลฯ เดินทางมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างไม่ขาดสาย โดยสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวังให้เข้าไปรอตั้งแต่เวลา 04.30 น.
อรุณี รุ่งพูนทรัพย์-อัญชลี ภู่ขจีตระกูล
น.ส.อัญชลี ภู่ขจีตระกูล อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส อาชีพพยาบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา เดินทางโดยเครื่องบินมาพร้อมเพื่อนรุ่นน้องร่วมอาชีพ น.ส.อรุณี รุ่งพูนทรัพย์ อายุ 25 ปี ตั้งแต่เมื่อวานและพักค้างคืนที่โรงแรมย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กล่าวภายหลังกราบสักการะพระบรมศพด้วยน้ำคลอเบ้าว่า วันนี้เวรหยุดตรงกับเพื่อนร่วมงาน จึงตั้งใจมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก เมื่อคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็จะคิดถึงแต่พระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงทำเพื่อคนไทย คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า พระองค์ท่านเสด็จฯ มาเยือนจังหวัดนราธิวาสบ่อยครั้ง จนมีเรื่องราวของพระสหายแห่งสายบุรี หรือ “วาเด็ง ปูเต๊ะ” ที่คนไทยรู้จักกันดี ซึ่งพื้นที่ที่ตัวเองอาศัยอยู่นั้น ก็ได้รับประโยชน์จากโครงการแกล้งดิน แก้ปัญหาดินเค็มในป่าพรุทำให้ชาวบ้านมีดินที่ดีสามารถเพาะปลูกได้
ด้าน น.ส.อรุณี กล่าวเสริมว่า รักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก โดยยึดพระองค์เป็นแบบอย่างด้านความอดทน ที่ผ่านมาเห็นว่าทรงอดทนในการทำโครงการพระราชดำริต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งทุกโครงการต้องใช้เวลาไม่สามารถทำเสร็จภายใน 1-2 วันได้ อย่างพื้นที่ จ.สงขลา ประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อย หลังจากมีการทำโครงการแก้มลิงตามพระราชดำริ ความทุกข์ร้อนของประชาชนที่ต้องประสบอุทกภัยก็ลดน้อยลง ด้วยอาชีพพยาบาลต้องดูแลคนไข้แผนกวิกฤตเด็กแรกเกิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กภาวะคลอดก่อนกำหนด เด็กป่วยโรคหัวใจ จึงต้องใช้ความรู้และความอดทนดูแลคนไข้อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้เด็กทารกแข็งแรงและมีชีวิตรอด
ไพลิน อยู่สุข พร้อมเพื่อนร่วมงาน
ด้าน น.ส.ไพลิน อยู่สุข อายุ 26 ปี พนักงานบริษัท อับบลิวดี บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนๆ ร่วมงานรวม 7 คน วันนี้หยุดงานพร้อมกันจึงได้นัดหมายกันนั่งแท็กซี่ออกจาก จ.พระนครศรีอยุธยาประมาณเวลา 04.00 น. เดินทางถึงสนามหลวงประมาณตี 5 กว่า และได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เสร็จช่วง 7 โมงเช้า เพิ่งจะมีโอการเดินทางมาเป็นครั้งแรกคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้มาแล้ว รู้สึกตื้นตันใจมาก
“พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งประเทศอย่างแท้จริง ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้กับคนไทยนั้นเหมือนเม็ดฝนที่ไม่ว่าพวกเราจะอยู่ตรงไหนก็ทั่วถึงในทุกพื้นที่ ซึ่งอยุธยาก็มีโครงการแก้มลิง ทุ่งมะขามหย่อง ที่ช่วยชาวอยุธยาในเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย พระองค์ท่านเคยเสด็จฯ มีประชาชนไปรอรับเสด็จอย่างมากมาย นอกจากนี้ คำสอนหรือแนวทางที่พระองค์ท่านสอนไว้ก็มีคุณค่าอย่างมาก เช่น ความพอเพียง พออยู่พอกิน การอดออม การไม่เป็นหนี้ เป็นส่ิงที่นำมาใช้ได้ผลหลังจากที่ประสพกับสภาวะการใช้จ่ายเกินตัว” นส.ไพลิน กล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.หลังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.05 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 23,223 คน รวม 120 วันมี4,889,973 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,963,540.25 บาท รวม 120 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น413,898,887.34 บาท



