
อภิสิทธิ์กำชับหน่วยมั่นคงอดทนหวั่นแดงยุทหารใช้กำลัง
"มาร์ค กำชับหน่วยมั่นคงอดทน หวั่นแดงยุทหารใช้กำลัง ประเมินแดงพรึ่บ 2 หมื่น "ปชป."ดาหน้าซัด"พท."จี้เปิดคลิปหวังผลเสื้อแดงชุมนุม 30 ส.ค.นี้ "ตำรวจ-ทหาร-เทศกิจ ตั้ง 19 จุดสกัดตรวจเข้มพกพาอาวุธ ป้องกัน ม็อบเสื้อแดง บุกเข้าพื้นที่ต้องห้ามชั้นใน
(28ส.ค.) รายงานข่าวด้านความมั่นคงแจ้งว่า นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(ผอ. รมน.) ประเมินว่า มีประชาชนบางกลุ่มในกลุ่มเสื้อแดงที่พยายามใช้ความรุนแรง และ ยั่วยุให้ทหารใช้ความรุนแรงก่อน โดยเบื้องต้น สำนักข่าวกรองแห่งชาติได้รายงานว่า จะมีผู้มาชุมนุมประมาณ 2 หมื่นคน ซึ่งการพัฒนาการการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะอยู่ต่อหรือยุติการชุมนุม
ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องหนักแน่น และ อดทน อดกลั้น อย่าหลงกล เพราะมีความพยายามจะทำให้เกิดภาพเจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชนให้ได้ และ เมื่อเกิดผลจะพยายามสร้างกระแสว่า ในกลุ่มเสื้อแดง มีทั้งแดงปลอม และแดงจริง โดยโยนให้เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ
อย่างไรก็ตาม นายกฯได้ให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ช่วยดูแลพื้นที่ที่รัฐสภาด้วย เพราะวันจันทร์ที่ 31 ส.ค.นี้ที่จะมีการประชุมที่รัฐสภา ทั้งนี้ เพื่อป้องกันหากกลุ่มเสื้อแดงเปลี่ยนเป้าหมายในการปิดล้อม
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ตามที่ประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง เพื่อสอบถามทำความเข้าใจกับหน่วยปฏิบัติของกองทัพภาคที่ 1 ในฐานะเป็นหน่วยหลักของกองทัพบกที่จะเข้าปปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อแบ่งงานให้ชัดเจนที่แต่ละหน่วยรับผิดชอบ
ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ได้กำชับในที่ประชุมว่า ทหารไม่มีการแบ่งสีแบ่งข้าง เพราะทุกคนเป็นประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งนั้น แต่เราต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม กำลังทหารของกองทัพภาคที่ 1 จะเริ่มเคลื่อนกำลังเข้าไปรักษาสถานที่สำคัญในเขตดุสิตเวลา 09.00 น.ของวันที่ 29 สิงหาคมนี้ โดยคุมเข้มพื้นที่ที่ไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาได้ คือ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และพระราชวังสวนจิตรดา ซึ่งจะไม่ให้มีการชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าวเด็ดขาด
"ปชป."ดาหน้าซัดพท"จี้เปิดคลิปหวังผลเสื้อแดงชุมนุม30ส.ค.นี้
ที่รัฐสภา นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน และในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสมาชิกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวต่อกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามขอเปิดคลิปเสียงตัดต่อเสียงนายกรัฐมนตรี และอ่านข้อความในคลิปในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 53 ในคืนวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ความพยายามของส.ส.เพื่อไทย รวมถึงประธานวิปฝ่ายค้านที่พยายามจะเปิดคลิปเสียงตัดต่อเสียงของนายกรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อคืนวันดังกล่าว ทั้งที่มีการพิสูจน์แล้วว่าตัดต่อ พรรคเห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อเตรียมการสร้างความเกลียดชังในการชุมนุมวันที่ 30 ส.ค. ซึ่งยังมีการปลุกระดมเปิดคลิปต่อเนื่องทางวิทยุที่มีนายอดิศร เพียงเกษ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย นำมาเปิด และการทำงานในสภาเมื่อคืนวันดังกล่าว ฝ่ายค้านมุ่งดึงความรุนแรงนอกสภาเข้ามาในสภา เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงการแถลงข่าวคณะส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการพิมพ์เอกสารที่เป็นหน้าการส่งอีเมล์คลิปเสียงดังกล่าวมาแถลงด้วย
"ตร.-ทหาร-เทศกิจ“ตั้ง19จุดสกัดตรวจเข้ม“เสื้อแดง"
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดกำลังตำรวจตั้งจุดตรวจค้นจุดสกัดควบคุมการพกพา อาวุธเข้าสถานที่การชุมนุม รวม 19 จุดในพื้นที่รอบในร่วมกับทหารและเทศกิจ ดูแลสถานที่สำคัญ 3 แห่งคือทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และพระราชวังสวนติรลดา ใช้กำลังทั้งหมด 37 กองร้อย
ขณะเดียวกันมีการตั้งจุดตรวจค้นพื้นที่รอบนอกอีก 168 จุดโดยเป็นการดำเนินการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 88 สน.อยู่แล้วเน้นตรวจค้นเข้มบุคคลต้องสงสัย การพกพาอาวุธสงคราม การป้องกันอาชญากรรมดำเนินการตั้งแต่ค่ำวันที่ 29 สิงหาคม เป็นต้นไปจนกว่าการชุมนุมจะเสร็จสิ้น
สำหรับการตั้งจุดตรวจค้นจุดสกัดควบคุมผู้ชุมนุมตรวจเข้ม การพกพาอาวุธในพื้นที่รอบในที่มีการดำเนินการร่วมกัน 3 ฝ่ายคือ ทหาร พลเรือน และตำรวจนั้น ประกอบด้วย แยกพล 1 แยกเทเวศร์ แยกวังแดง แยกพระบรมรูปทรงม้า แยกการเรือน แยกอู่ทอง แยกวังสวนจิตรฯ แยกวัดเบญจฯ แยกนางเลิ้ง แยกพาณิชฯ แยกเทวกรรม ถนนนครปฐม เชิงสะพานชมัยมรุเชรษฐ์ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก แยกมิกสวัน ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม จุดตรวจฝั่งถนนราชดำเนินนอกหน้าองค์การสหประชาชาติ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล 8 ด้าน



