
'พลอาสา' รับยิงในร้านอาหารอ้างเมา
มือยิงในร้านอาหาร ถ.ราชพฤกษ์ 'พลอาสา' รับสารภาพ อ้างเมา ขณะที่มือช็อตไฟฟ้าโดนกระสุนลูกหลง ตร.ตามไปอายัดตัวที่ รพ.
2 มี.ค. 60 จากกรณี กลุ่มชายใส่ชุดทหารกราดยิงในร้านอาหาร ถ.ราชพฤกษ์ เจ็บสาหัส 4 (อ่านต่อ...) ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ยันไม่มีทหารกราดยิงในร้านอาหารคาดเป็น “รปภ.” แต่งกายคล้ายทหาร (อ่านต่อ...) โดยที่ต่อมารู้ตัว 2 มือยิง จ่อหมายจับ 2 มือยิงในร้านอาหาร ถ.ราชพฤกษ์ (อ่านต่อ...)
'พลอาสา' รับยิงอ้างเมา - อายัดตัวคนเจ็บมือช็อตไฟฟ้า
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.20 น. ที่ สน.บางเสาธง พลอาสา สหรัฐ หิรัญ อายุ 29 ปี ตำแหน่ง มว.สห.ร้อย บก.นทพ. พร้อมนายทหารรัฐธรรมนูญเดินทางมาเข้าพบ พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.บางเสาธง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากได้ลงมือก่อเหตุยิงกลุ่มลูกค้าที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทภายในร้านอาหาร ถ.ราชพฤกษ์ แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อกลางดึก ที่ผ่านมา
ผู้ต้องหาเดินทางมาด้วยรถตู้ที่มีนายทหารพระธรรมนูญควบคุมตัวมา จากนั้นได้มอบให้ทางพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน โดยเจ้าตัวมีสีหน้าที่เคร่งเครียด ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัวสอบสวนบนชั้น 2 ของ สน. ทางตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวแต่อย่างใด มีตำรวจคอยยืนคุ้มกันอยู่บริเวณบันไดทางขึ้น สน.ด้วย
ต่อมาเวลา 19.45 น. พล.ต.ต.สุธีร์ เปิดเผยภายหลังจากการสอบปากคำผู้ต้องหากว่า 2 ชม. ว่า ผู้ต้องหา คือ พลอาสา สหรัฐ หิรัญ ซึ่งเป็นคนยิง ได้เดินทางเข้ามอบตัวและรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิง พร้อมทั้งนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้กับพนักงานสอบสวน โดยสาเหตุที่ก่อเหตุเกิดจากเมาสุรา ซึ่งก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้บาดเจ็บยืนเต้นก่อนจะมีการกระทบกระทั่งกัน แล้วพูดยั่วยุกันจนเป็นเหตุให้ลงมือครั้งนี้
เบื้องต้น แจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส พยายามฆ่าผู้อื่น , มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ยิงปืนและพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ”
นายพลสิทธิ์ หรือ แซม อินศรีทอง
สำหรับผู้ต้องหาอีกคนที่ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าทำร้ายกลุ่มผู้เสียหายคือ นายพลสิทธิ์ หรือ แซม อินศรีทอง อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บถูก พลอาสา สหรัฐ ยิงเข้าที่ขาซ้าย โดยขณะนี้เข้าทำการรักษาตัวอยู่ รพ.กลาง ทางตำรวจได้อายัดตัวไว้แล้ว ก่อนจะทำการแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นและพยามฆ่าผู้อื่น” ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุอีก 3 คนนั้น ทางตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาเนื่องจากไม่ได้ก่อเหตุครั้งนี้ จึงได้กักตัวไว้สอบสวนในฐานะพยานต่อไป



