ข่าว

จับปรับ Uber - GrabCar ระบาดเชียงใหม่

จับปรับ Uber - GrabCar ระบาดเชียงใหม่

02 มี.ค. 2560

ขนส่งเชียงใหม่บูรณาการตำรวจ-ทหารออกตรวจสอบจับปรับรถป้ายดำส่วนบุคคลนำมารับจ้างเป็นแท็กซี่ Uber - GrabCar


               นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางผู้ประกอบการรถสี่ล้อแดง และรถแท็กซี่มิเตอร์ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้ามาร้องเรียนยื่นหนังสือขอให้มีการตรวจสอบกรณีถูกรถ Uber และ GrabCar นำรถป้ายดำส่วนบุคคลมารับจ้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และหลังจากนั้นทางกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าว ได้ทดลองเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น GrabCar ปรากฏว่า มีเจ้าของรถนำรถยนต์ป้ายดำส่วนบุคคลมารับจ้างจริง ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ จึงแจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียน และดำเนินการปรับ จำนวน 2,000 บาท จำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

               พร้อมกันนี้ เมื่อในวันที่ 1 มีนาคม 2560 ทางกลุ่มผู้ประกอบการรถสี่ล้อแดง และรถแท็กซี่มิเตอร์ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังพบการเข้ามาให้บริการในลักษณะนี้อีก และแจ้งเบาะแสมาให้ จึงได้บูรณาการกับทางตำรวจ และทหารออกตรวจบริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ได้จับรถป้ายดำ Uber และ GrabCar ที่นำรถมารับจ้างเป็นรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เปรียบเทียบปรับคันละ 2,000 บาท พร้อมบันทึกประวัติผู้ขับรถผู้กระทำผิด 4 ราย ออกคำสั่งผู้ตรวจการ 1 ราย

 

จับปรับ Uber - GrabCar ระบาดเชียงใหม่

 

               ขณะเดียวกัน ได้ทำการประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทุกรายที่เข้าร่วมกับสมาชิกของแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ให้หยุดกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ หรือมีผู้แจ้งเบาะแสจะดำเนินการตามกฎหมายเปรียบเทียบปรับสูงสุดทันทีทุกราย และขอความร่วมมือผู้ใช้บริการให้เลือกใช้แท็กซี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัย เพราะรถดังกล่าวไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลการตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก และเท่าที่ตรวจสอบในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าไม่มีสำนักงาน แต่ใช้การบริหารจัดการผ่านระบบออนไลน์ และแอพพลิเคชั่น

               "ตอนนี้ค่อนข้างเป็นห่วง เพราะมีผลกระทบต่อรายได้ของรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายกว่า 400 คัน อีกทั้งกำลังเกิดปัญหาการตัดราคาค่าบริการ โดยทั้ง 2 รายที่เข้ามาให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น เป็นธุรกิจข้ามชาติ ต่างงัดกลยุทธ์ทางการตลาดมาดึงดูดใจลูกค้าในอัตราที่ถูกมาก โดยทาง Uber และ GrabCar จะจ่ายส่วนต่างชดเชยให้กับสมาชิกที่นำรถป้ายดำส่วนบุคคลมารับจ้างเอง แต่เมื่อมีกระแสนี้ขึ้นมา ตอนนี้ก็จะมีประชาชน หรือผู้ที่้ได้รับผลกระทบแจ้งเบาะแสมาแทบทุกวัน ซึ่งเบื้องต้นมีการเปรียบเทียบปรับ แต่หากพบว่ายังฝ่าฝืนซ้ำก็อาจจะต้องพักใบอนุญาตขับขี่ และบันทึกประวัติ"

 

จับปรับ Uber - GrabCar ระบาดเชียงใหม่

 

               เท่าที่ตรวจสอบพบว่า ในจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนกรุงเทพฯ เมื่อมีบริการลักษณะที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมา พบว่าเป็นการทำมาหากินเป็นล่ำเป็นสันไม่ใช้งานอาชีพเสริม แต่มีการนำรถยนต์ โดยเฉพาะซิตี้คาร์ มาจอดในสถานที่ต่างๆ หลายร้อยคัน โดยคาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 400 - 500 คัน ซึ่งก็ต้องมีการบูรณาการในการตรวจสอบต่อไป โดยเรื่องนี้ได้มีการหารือในระดับจังหวัด เพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาระยะยาวแล้ว

               นายกฤษณ์ ศรีเปารยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเจ็ดยอดบาร์เทอร์จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์ GRAB TAXI จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ยอมรับว่าจำนวนรถ GRAB TAXI เชียงใหม่ ที่ให้บริการในนามของสหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ จำกัด มีจำนวนน้อยเพียง 50 คัน และรถร่วมของสหกรณ์นครลานนาเดินรถจำกัดอีก 20 คัน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเดินทางด้วยความสะดวกและรวดเร็วที่มีกว่า 4,000 เที่ยวต่อวัน แต่ปรากฏว่า เมื่อมี Uber และ GrabCar เข้ามาให้บริการอย่างไม่ถูกต้องในจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้รายได้ของสมาชิกลดลงจนบางวันไม่ได้วิ่งบริการ

               ตอนนี้ประเมินว่ามีรถยนต์ป้ายดำส่วนบุคคลมารับจ้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายไม่น่าจะต่ำกว่า 1,000 - 2,000 คัน ซึ่งหากว่าไม่มีการจัดระเบียบ จะก่อให้เกิดผลกระทบมากขึ้น เพราะเป็นธุรกิจข้ามชาติ และยังไม่มีการควบคุมทางด้านของความปลอดภัย รวมถึงการอบรมที่ถูกต้องจากทางกรมการขนส่งทางบก ซึ่งอยากเรียกร้องให้ทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปราบอย่างจริงจัง