อาการป่วยดีขึ้นด้วยพระบารมี
สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 04.50 น. พสกนิกรต่อแถวเนืองแน่น
วันที่ 2 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 04.50 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศกันอย่างเนืองแน่น บางคนเดินทางมาเป็นครั้งแรก ขณะที่หลายคนเดินทางมามากกว่า 1 ครั้ง
นางสาวสุรีย์พร กิจหรารักษ์
นางสาวสุรีย์พร กิจหรารักษ์ อายุ 55 ปี เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่พร้อมกับเพื่อนร่วมงาน 5 คน กล่าวว่า มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 แม้ว่าตอนที่ขึ้นไปอยู่เบื้องหน้าพระบรมโกศพระบรมศพจะยังไม่ทันได้อธิษฐานอะไร แต่ก็ประทับใจในความที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน อีกทั้งยังได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาปรับใช้กับตัวเองเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องความประหยัด มัธยัสถ์ และการทุ่มเทในการทำงาน หลายครั้งที่รู้สึกท้อก็จะนึกถึงพระองค์ทำให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป
ครอบครัว “ชมภูศรี”
ด้านครอบครัว “ชมภูศรี” ประกอบด้วย นายชัยภาส นางภัทริยา และ นางสาวอภิศรา เดินทางมาเป็นครั้งแรกจากบ้านพักย่านลาดกระบังตั้งแต่เวลา 08.00 น.โดยนายชัยภาส หัวหน้าครอบครัว เผยว่า ประทับใจพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้วยทรงทำเพื่อประชาชน วันนี้จึงตั้งใจชวนภรรยาและลูกสาวมากราบลาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะที่ผ่านมาผูกพันกับพระองค์มาตั้งแต่เกิด และยังมีโอกาสได้รับเสด็จฯ เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปตัดหวายลูกนิมิต ที่วัดสามง่าม จ.นครปฐม และที่ผ่านมายังได้นำคำสอนมาใช้เสมอ ที่เห็นชัดๆ ก็คือการอยู่อย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ทั้งยังส่งต่อคำสอนไปยังลูกสาวให้รู้จักและรักพระองค์ด้วย
นางสาวนฤมล แซ่เจ็ง วัย 65 ปี ข้าราชการบำนาญ พักอยู่ย่านบางกรวย กรุงเทพฯ กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากที่สักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทว่า มาสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 61 แล้ว แต่ความรู้สึกหลังจากที่ได้ก้มกราบพระบรมศพนั้นไม่ได้ต่างกันคือ มีแต่ความตื้นตันใจ ปลาบปลื้ม ทุกครั้งที่พนมสองมือแล้วก้มลงกราบน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหตุผลที่มาบ่อยขนาดนี้เพราะอยากอยู่ใกล้ชิดพ่อหลวงให้มากที่สุด อยากมีโอกาสได้กราบพระองค์ทุกวัน ที่ผ่านมาพระองค์ทรงงานหนักทุกวันอย่างไม่มีวันหยุด ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยทุกคนอยู่ดีกินดี ตัวเองในฐานะที่เป็นอดีตข้าราชการเป็นข้าในพระองค์ การมากรายสักการะพระบรมศพก็ถือเป็นการถวายความจงรักภักดี และเป็นการถวายความกตัญญู ต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชาผู้ทรงธรรมในหัวใจพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ
นางสาวนฤมล แซ่เจ็ง
“เมื่อหลายสิบปีมาแล้วเคยมีโอกาสมารับเสด็จฯในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวัดพระแก้ว ตอนนั้นท่านเสด็จฯ มาเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต ครั้งนั้นมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นคือ เราพาแม่ที่ป่วยกระเซาะกระแซะไปด้วย พอหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรง ในหลวงรัขกาลที่ 9 ได้เสด็จประพรหมน้ำมนต์ให้แก่ประชาชนที่นั่งรายล้อมอยู่รอบพระอุโบสถ แม่ที่กำลังป่วยพอได้รับน้ำมนต์จากในหลวงเท่านั้น ก็ทำให้แม่หายป่วยไม่ต้องไปพบหมออยู่ 3 เดือน และประทับใจหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งหมดเลย แต่ที่ประทับใจที่สุดคือเรื่องความพอเพียงที่สอนให้คนไทยใช้ชีวิตอยู่บนความพอดี ตั้งตนอยู่ในความประมาทเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง เพราะทุกวันนี้เราก็ยึดหลักคำสอนเรื่องความพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ฟุ่มเฟือย มีเท่าไรก็ใช้เท่านั้น” น.ส.นฤมล กล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.หลังปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.15 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 25,291 คน รวม 119 วัน มี 4,866,750 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,691,434.25 บาท รวม 119 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 410,935,347.09 บาท



