
สมาคมยิงปืนไฟเขียวโอ-เอ็กซ์ ซ้อมร่วมทีมชาติ
ศาลไฟเขียวให้ "โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ" และ "จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม" ร่วมซ้อมที่สมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย พร้อมเบิกกระสุนได้ภายในวันที่ 31 ส.ค. ด้านนักแม่นปืนทีมชาติชุดซีเกมส์บางส่วนไม่เห็นด้วย หากต้องตัดทีมชาติที่คัดมาแล้วออกไป 2 คน ลุ้นการประชุมสมาคม 5 กั
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ห้องไต่สวน 1 ศาลปกครองกลาง นายชาชิวัฒน์ ศรีแก้ว ตุลาการศาลปกครอง ได้นัดคู่กรณีในคดีที่ โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ และจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม 2 นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยยื่นฟ้องการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายกสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย และ กรรมการบริหารสมาคม ก่อนที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามข้อบังคับสมาคมที่ว่า นักกีฬายิงปืนทีมชาติต้องเป็นสมาชิกสมาคม มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม โดยฝ่ายผู้ร้องมีเพียงโอภาสและทีมงานเท่านั้น ส่วนจักรกฤษณ์มีรายงานว่าเดินทางไปฝึกซ้อมที่ประเทศจีน ด้านสมาคมยิงปืนส่ง นายพีระ ภิรมย์รัตน์ รองเลขาธิการสมาคม มาชี้แจง
โอภาส กล่าวว่า ศาลได้ให้ความคุ้มครองและขอให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายงดสัมภาษณ์เป็นการชั่วคราว ส่วนทีมงานกฎหมายของโอภาสเผยว่า นักยิงปืนทั้ง 2 คนสามารถกลับไปฝึกซ้อมรวมทั้งสามารถเบิกกระสุนซ้อมได้แล้ว จนกว่าจะมีพฤติการณ์เป็นอื่น ด้านนายพีระ ภิรมย์รัตน์ ไม่ได้กล่าวใดๆ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจากนี้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ให้นักกีฬาทั้งคู่กลับไปซ้อมตามปกติใช่หรือไม่ นายพีระเพียงยิ้มและพยักหน้ารับเท่านั้น ขณะที่ผู้แทน กกท.แจ้งต่อศาลว่า ได้อนุมัติงบประมาณในการฝึกซ้อมเพิ่มเติมให้นักกีฬาทั้งคู่แล้ว
ทั้งนี้ ในรายละเอียดรายงานกระบวนการพิจารณาของศาลที่มีการทำสำเนาแจกหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น ระบุว่า สมาคมยิงปืนจะอนุญาตให้นักกีฬา 2 คน เข้าฝึกซ้อมและเบิกกระสุนปืนฝึกซ้อมได้ภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ส่วนเอกสารคำชี้แจงของสมาคมยิงปืนสรุปใจความได้ว่า สมาคมได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่ก่อนหน้านี้ติดขัดเรื่องงบประมาณเพิ่มเติมเนื่องจากประกาศนักกีฬาทีมชาติไปแล้ว 33 คน เมื่อต้องเพิ่มอีก 2 คน จึงต้องประสานไปยัง กกท.ก่อน ขณะเดียวกันนักกีฬายิงปืนทีมชาติที่ประกาศชื่อก่อนหน้านี้บางส่วน ได้แสดงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยหากจะต้องตัดนักกีฬาออกเพื่อรับทั้ง 2 คนเข้าไปแทน จึงขอให้มีการประชุมใหญ่ 5 กันยายนนี้ โดยหากไม่มีส่วนร่วมพิจารณาด้วยก็จะขอถอนตัวจากการเป็นทีมชาติชุดซีเกมส์ และวันดังกล่าวสมาคมจะพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลหรือไม่



