ข่าว


โอสถดวลฉลาม 
เอฟเอคัพรอบ 4 
กิเลนบุกบลูมาร์ลิน
ลุ้นจ่าฝูงศึกไทยลีก

โอสถดวลฉลาม เอฟเอคัพรอบ 4 กิเลนบุกบลูมาร์ลิน ลุ้นจ่าฝูงศึกไทยลีก

30 ส.ค. 2552

ประกบคู่น็อกเอาท์ลูกหนัง “เอฟเอฟ คัพ” รอบที่ 4 บิ๊กแมทช์ “ห้างขายยยา” โอสถสภา เอ็ม-150 ปะทะ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ขณะที่ศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ประจำวันที่ 30 ส.ค.นี้ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เตรียมบุกรัง "บลูมาร์ลิน" ศรีราชา เอฟซี หวังยึดจ่าฝูง


 ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม มีการจับสลากประกบคู่การแข่งขันฟุตบอลน็อกเอาท์ชิงถ้วยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย “มูลนิธไทยคม เอฟเอ คัพ” รอบที่ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย
 ผลการจับสลากประกบคู่และโปรแกรมการแข่งขัน มีดังนี้ วันพุธที่ 2 กันยายน นครราชสีมา (ดิวิชั่น 2) พบ พัทยา ยูไนเต็ด (ไทยพรีเมียร์ลีก) ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 18.00 น., สุราษฎร์ธานี (ดิวิชั่น 1) พบ ขอนแก่น (ดิวิชั่น 1) ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เวลา 17.00 น. วันพุธที่ 9 กันยายน การท่าเรือไทย เอฟซี (ไทยพรีเมียร์ลีก) พบ เพื่อนตำรวจ (ดิวชั่น 1) ที่แพท สเตดี้ยม เวลา 17.00 น., ศรีราชา เอฟซี (ไทยพรีเมียร์ลีก) พบ แบงค็อก ยูไนเต็ด (ไทยพรีเมียร์ลีก) ที่สนามสิรินธร เวลา 18.00 น.
 วันพุธที่ 16 กันยายน  จันทบุรี (ดิวิชั่น 1) พบ บีอีซี เทโรศาสน (ไทยพรีเมียร์ลีก) ที่สนามกีฬากลางจันทบุรี เวลา 16.00 น., การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ไทยพรีเมียร์ลีก) พบ ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร (ไทยพรีเมียร์ลีก) ที่สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลา 17.00 น. วันพุธที่ 23 กันยายน โอสถสภา เอ็ม-150 (ไทยพรีเมียร์ลีก) พบ ชลบุรี เอฟซี (ไทยพรีเมียร์ลีก) ที่สนามกีฬาจังหวัดสระบุรี เวลา 17.00 น., สมาคมกีฬากรุงเก่า (ถ้วยพระราชทาน ข) พบ บางกอกกล๊าส เอฟซี (ไทยพรีเมียร์ลีก) ที่สนามกีฬาจังหวัดนนทบุรี เวลา 15.30 น.
 สำหรับทีมชนะในรอบนี้จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศพร้อมรับเงินรางวัลตุนกระเป๋า 5 หมื่นบาท ส่วนทีมที่ตกรอบก่อนรองชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลปลอบใจ 3 หมื่นบาท
 ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ 22 ของฤดูกาล ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมนี้มีเตะทั้งหมด 5 คู่ เกมคู่สำคัญอยู่ที่สนามสิรินธร เวลา 18.00 น. “บลูมาร์ลิน” ศรีราชา เอฟซี ทีมรองบ๊วยที่ต้องการ 3 แต้มเพื่อหนีตกชั้นเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมนำจ่าฝูงที่ต้องการแต้มเพื่อลุ้นแชมป์
   นัดนี้เจ้าถิ่นหมดสิทธิ์ใช้งาน วาลารีย์ ซานู ที่ยืมตัวมาจากเมืองทองฯ แต่ตัวหลักคนอื่นทั้ง วรุตม์ วงศ์ดี, สุภรณ์ พรหมพินิจ, กัสตัน ราอูล กอนซาเลซ, ซารุตะ ฮิโรโนริ อยู่กันครบ ด้านเมืองทองฯ ไม่มี ซามูโฮโร ยายา ที่ติดโทษแบนแค่คนเดียว และอาจต้องเช็กความสมบูรณ์ของ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ส่วนนักเตะทีมชาติไทยอย่าง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ธีรเทพ วิโนทัย และธีรศิลป์ แดงดา สภาพฟิตเต็มร้ โปรแกรมคู่อื่น “ห้างขายยา” โอสถสภา เอ็ม-150 ทีมอันดับ 4 พบ “เจ้าบุญทุ่ม” บีอีซี เทโรศาสน ทีมอันดับ 5 ที่สนามหมู่บ้านธนารมณ์ เวลา 16.00 น. สยามกีฬาทีวี เอ็นบีที 19 ถ่ายทอดสด เกมนี้โอสถสภาไม่มี โกศวัต ว่องไวลิขิต ที่ติดโทษแบน ขณะที่ทีมเยือนที่ทำสถิติหรูชนะมา 4 นัดติดต่อกันไม่มีปัญหาผู้เล่นติดโทษแบน  


 “ตะหานน้ำ” ราชนาวี-ระยอง ทีมอันดับ 12 พบ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี ที่สนามกีฬาจังหวัดระยองเวลา 17.00 น. เจ้าถิ่นยังคงไม่มี สมเจตร สัตบุษ กองหน้าตัวเก่งที่ติดโทษแบนอีก 1 นัด นัดนี้ต้องหวังที่ วุฒิชัย อาสุชีวะ กับ บรรลือศักดิ์ ยอดยิ่งยง เหมือนเดิม ด้านสิงห์เจ้าท่าไม่มี อาลีฟ เปาะจิ ที่ติดโทษแบน แต่ยังมีทีเด็ดที่ พิพัฒน์ ต้นกันยา
  “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 11 พบ “เด็กเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 8 ที่สนามเทศบาลหนองปรือ เวลา 18.00น. นัดนี้พัทยาไม่มี ทศพล การปลูก ที่ยังติดโทษแบนอีกนัด แต่จะได้ อาตานาส กลับมาทำเกมแดนกลาง ส่วนแบงค็อกยังไม่มี นพพล ผลอุดม กองหน้าตัวทีเด็ดและ วิทยา หมัดลำ


  “พระเกี้ยว” จุฬา ยูไนเต็ด ทีมบ๊วยที่ต้องการ 3 แต้มเพื่อหนีตกชั้นพบ “ฮัลโหล” ทีโอที เอฟซี ทีมอันดับ 7 ที่สนามจุฬาลงกรณ์ เวลา 16.00น. จุฬาฯ จะไม่มี วัฒนศัพท์ เจริญศรี ที่ติดโทษแบนแต่ยังมี มาริโอ เนตโต้ เป็นทีเด็ด ขณะที่ทีโอทีที่เพิ่งตกรอบเอฟเอ คัพ มาเมื่อกลางสัปดาห์จะไม่มี รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์ และมาดูเก มุสซีนา ที่โดนแบน