
เหยื่อ 'รถตู้มรณะ' ตกค้างเยียวยา
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผย ผู้ประสบเหตุรถโดยสารมรณะ ยังมีตกค้างการเยียวยา เผชิญปัญหาลำพัง
1 มี.ค. 60 นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ประสานงานโครงการรถโดยสารปลอดภัย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อสอบข้อเท็จจริงญาติผู้ประสบอุบัติเหตุรถตู้โดยสาร เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 60 กรณี รถตู้โดยสารประจำทางสายกรุงเทพ - จันทบุรี พุ่งข้ามเลนชนรถกระบะที่วิ่งสวนทางมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 25 ศพ ช่วงอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี
นายคงศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้เสียหายที่เป็นญาติของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว พบว่า ผู้เสียหายแต่ละรายได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจครบตามสิทธิความคุ้มครองแล้ว และได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีอีกส่วนหนึ่งเพียงเท่านั้น
"ขณะนี้ผ่านมาจะครบ 2 เดือนแล้ว ก็ยังพบปัญหาการที่ผู้เสียหายแต่ละรายต้องพยายามหาข้อมูลด้วยตนเองในหลายด้านเพื่อจะทำเอกสารเพียงลำพังในการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้ผู้เสียหายทั้งหมดจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าการเยียวยาจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยังให้ข้อมูลกับผู้เสียหายตั้งแต่หลังเกิดเหตุที่ไม่ครบถ้วน ส่งผลให้ผู้ประสบเหตุบางส่วนต้องเสียเวลาในการรวบรวมและจัดทำเอกสารเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายใหม่" นายคงศักดิ์ กล่าว
นายคงศักดิ์ กล่าวต่อถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไปว่า ให้ผู้เสียหายทุกรายจัดทำข้อมูลส่งเอกสารต่างๆ เพื่อประกอบการเรียกร้องค่าเสียหายมาที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อเรียกร้องสิทธิในการชดเชยความเสียหายจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต่อไป
ทั้งนี้ การเรียกร้องค่าเสียหายจากบริการรถโดยสารสาธารณะนั้นผู้บริโภคสามารถเรียกร้องได้ 2 ช่องทางนั้นก็คือ
ส่วนที่ 1 การเรียกค่าสินไหม จาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
คุ้มครองเฉพาะการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตเท่านั้น 1. ค่ารักษาพยาบาล จ่ายตามจริง ให้โรงพยาบาล ไม่เกิน 80,000 บาท และไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด (กรณีเป็นผู้โดยสาร) 2. ค่าชดเชยรายวัน จ่ายให้ผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน 3. ค่าปลงศพ เสียชีวิต ทุพพลภาพ จ่ายให้ทายาท 300,000 บาท
ส่วนที่ 2 การเรียกค่าเสียหายกับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประกันภัยชั้น 1 , 2 , 3)
1. ค่ารักษาพยาบาล ส่วนที่เกินวงเงินของ พ.ร.บ.รถฯ
2. ค่าทนทุกข์ทรมาน จากการบาดเจ็บ
3. ทรัพย์สินที่เสียหาย หรือสูญหายในขณะเกิดอุบัติเหตุ
4. ค่าเสียหายอื่นๆ เช่น ค่าขาดโอกาสในการเดินทาง หรือทำงาน ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าขาดรายได้ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ฟ้องศาลเป็นคดีผู้บริโภคได้เมื่อเจ้าของรถหรือประกันภัยไม่ยอมจ่ายค่าสินไหม โดยฟ้องศาลเป็นคดีผู้บริโภค ไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม สามารถยื่นฟ้องได้ด้วยตนเองได้
ทั้งนี้ ผู้บริโภคต้องเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น ภาพวันเกิดเหตุ ใบเสร็จรับเงิน ตั๋วรถ เอกสารรับรองเงินเดือน เพราะเอกสารต่างๆ สำคัญต่อการเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆ



