
ศพที่2 !!! ศิษย์ธรรมกายดับ อ้างส่ง รพ.ไม่ทัน
ศิษย์วัดธรรมกาย เสียชีวิต อ้างส่ง รพ.ไม่ทัน หลังเป็นหอบหืด แต่รถพยาบาลติดด่านทหาร "พระสนิทวงศ์" เผยใช้เวลาติดต่อร่วม 1 ชั่วโมง แต่สัญญาณโทรศัพท์ขาดๆหายๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คของพระสนิทวงศ์ วุฒิวํโส ในชื่อ Phra Sanitwong Charoenrattawong ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่ R.I.P ศพที่ 2 ของ ม.44
เวลา 11.29 น. ได้รับแจ้งจากผู้ป่วยโรคหอบหืด ต้องการยาพ่น ซึ่งพักอยู่ที่หลังวัด ( 58 ไร่) ซึ่งปกติจากจุดรับเรื่องถึงที่พักผู้ป่วยใช้เวลาเดินทางเลียบคลองแอล 10 นาที แต่ทางหน่วยกู้ชีพรัตนเวช ติดด่านตำรวจทหาร เพราะตัดสินใจไม่ได้ ต้องถามสอบเจ้าหน้าที่ DSI เท่านั้น หน่วยฯรัตนเวชที่รับเรื่องจึงได้ประสานงานให้รถหน่วยกู้ชีพ 1669 ให้ไปรับคนไข้แทน แต่รถ 1669 มาตามเส้นทางไม่ถูก และไม่ได้รับอนุญาตให้รับคนไข้ที่อื่น นอกจากประตู 7 เท่านั้น
อาสาสมัครรัตนเวช แจ้งว่า ต้องเสียเวลา ย้อนไปที่ประตู 7 เพื่อทำเรื่องขออนุญาต และนำทางให้รถ 1669 ไปรับผู้ป่วย เมื่อไปถึงในเวลา 12.39 น. พบผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว เสียเวลาในการติดต่อและผ่านเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 10 นาที ระหว่างประสานงานติดต่อผู้ป่วยไม่ได้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์ขาดๆ หายๆ
(ชื่อผู้เสียชีวิต น.ส.พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ภูมิลำเนาจังหวัดพะเยา เป็นลูกศิษย์วัด ช่วยงานพยาบาลศูนย์รัตนเวช)
จากกรณีดังกล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า เทื่อเวลาประมาณ 13.51 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการประสานจากญาติ เพื่อขอรถพยาบาลนำผู้ป่วยเพศหญิง อายุ48ปี มีอาการหอบส่งโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ประสานขอรถพยาบาลเพื่อไปรับผู้ป่วยกรณีดังกล่าว และได้ประสานพระมหานพพร ได้รับคำตอบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมพระมหานพพร พระสงฆ์อีก1รูป และญาติ เมื่อถึงที่พักซึ่งเป็นแฟลตของเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย ตั้งอยู่บริเวณเลียบคลองแอล ประตู14 ในพื้นที่58ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม ทันทีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปถึง พบเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ. คลองหลวง ทราบชื่อ ร้อยตำรวจเอกอดิศักดิ์ และแพทย์ที่ชันสูตร อยู่ก่อนแล้ว สอบถามในเบื้องต้นแพทย์คาดว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า5ชั่วโมง
ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ ) เปิดเผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเวลา 13.51 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการประสานจากญาติเพื่อขอรถพยาบาลนำผู้ป่วยเพศหญิงอายุ48 ปี อาการหอบส่งโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอประสานขอรถพยาบาลเพื่อไปรับผู้ป่วยกรณีดังกล่าวและได้ประสานพระมหานพพร ได้รับคำตอบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงเดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมพระมหานพพรและพระสงฆ์อีก 1 รูป รวมถึงญาติผู้เสียชีวิต เมื่อถึงที่พักซึ่งเป็นแฟลตของเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย ตั้งอยู่เลียบคลองแอลประตู 14 ในพื้นที่ 58 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม เจ้าหน้าที่ดีเอสไอพบตำรวจจากสภ.คลองหลวง ทราบชื่อคือ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ รองสารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง เจ้าของคดีและแพทย์ที่ชันสูตรอยู่ก่อนแล้ว สอบถามเบื้องต้นแพทย์คาดว่าเสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งแพทย์จะชันสูตรหาสาเหตุการตายต่อไป ข่าวที่เกิดขึ้นจึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ด้านพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ยืนยันว่าหลังชุดปฏิบัติคดีพิเศษ ปพ.ของดีเอสไอได้รับแจ้งเหตุผู้ป่วยได้นำรถฉุกเฉินเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุใช้เวลาเพียง 10 นาที แต่เมื่อไปถึงพบผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้ว แพทย์ผู้ชันสูตรให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ดังนั้นต้องตรวจสอบต่อไปว่าเหตุใดยังมีข้อมูลทางไลน์ปรากฏการติดต่อจากโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนที่อยู่ในอาคารบุญรักษาในเวลาประมาณ11.00 น. ได้ ทั้งนี้กรณีขวางรถพยาบาลฉุกเฉินเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่มีความกังวลเรื่องความเจ็บป่วยของเจ้าหน้าที่ ในการประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา( 1 ก.พ.) จึงได้มีการหารือกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน(สพฉ.) ที่ร่วมเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการ ขอให้จัดรถกู้ชีพ 1669 เข้าไปตรวจอาการมวลชนที่อยู่ภายในวัด เพื่อจะได้รู้ด้วยว่าวัดจะอนุญาตให้รถเข้าไปหรือไม่ แต่ก็เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นก่อน



