ข่าว

จับตาอดีตส.ส.เคลื่อนไหวชุมนุม

จับตาอดีตส.ส.เคลื่อนไหวชุมนุม

01 มี.ค. 2560

ดีเอสไอประกาศขอคืนพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง ข้อมูลการข่าวเชื่อ "ธัมมชโย" ยังซ่อนในวัด

 

          1 มี.ค.60 - พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติการตามคำสั่งมาตรา 44 ว่า ในวันนี้(1 มี.ค.) เจ้าหน้าที่จะติดประกาศห้ามประชาชนและพระสงฆ์เข้าพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของเจ้าของตลาด  หากพบการฝ่าฝืน หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาได้เก็บหลักฐานภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวไว้หมดแล้ว พร้อมกับได้ออกหมายเรียกให้แกนนำบุคคลและพระสงฆ์เข้าพบเจ้าพนักงานแล้ว 30 ราย รวมถึงนายอัยย์ เพชรทอง โดยมีพระสงฆ์เข้าพบตามหมายเรียกเพียง 1 รูปเท่านั้น ขณะที่แกนนำบุคคลเข้ารายงานตัวเพียงบางส่วน ที่เหลือหากยังไม่เข้ารายงานตัวจะออกหมายเรียกอีกครั้งหากยังไม่มาอีกก็จะออกหมายจับเพื่อให้ได้ตัว ทั้งนี้ ข้อมูลการข่าวพบว่ามีอดีตส.ส.พรรคการเมืองหนึ่งเข้ามาเคลื่อนไหวในการชุมนุม เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์หากมีการกระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

          "การประกาศของเจ้าหน้าที่มีจุดประสงค์เพียงต้องการนำคนออกนอกพื้นที่ ไม่ต้องการให้มีการปลุกระดมหรือยกระดับการชุมนุมเป็นเรื่องทางการเมือง หรือถูกใช้เป็นเงื่อนไขก่อเหตุรุนแรง ส่วนการดำเนินการกับพระสงฆ์ที่ตั้งเต๊นท์ชุมนุมรอบวัดพบว่าอาจมีพระปลอมแฝงตัวรวมอยู่ด้วย ดังนั้น เจ้าหน้าที่จะร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และตำรวจ ทำการคัดกรองพระภิกษุ หากพบว่าไม่ใช่พระจริง จะดำเนินคดีข้อหาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ขณะที่เดียวกันเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกการเข้าออกวัดและจัดอาหารพร้อมยารักษาโรคเข้าไปภายในวัด" โฆษกดีเอสไอ กล่าว              

จับตาอดีตส.ส.เคลื่อนไหวชุมนุม
          รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า การข่าวยังเชื่อว่าพระธัมมชโยยังหลบซ่อนอยู่ภายในวัด ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในวัดพบความพยายามสร้างสิ่งกีดขวาง ทั้งการขุดวางท่อ และการตั้งถังน้ำมัน พฤติการณ์หลายอย่างชัดเจนว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งดีเอสไอจะแจ้งเตือนไปยังวัดถึงข้อห้ามตามประกาศพื้นที่ควบคุมอีกครั้ง สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมวานนี้(28 ก.พ.) เป็นเพียงการเรียกติดตามการทำงานตามกฎหมายให้เป็นไปตามที่ประกาศคำสั่งกำหนด และให้เกิดความเรียบร้อย ให้ทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สุด                    
          รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า ในเวลา 15.00 น. จะมีการประชุมร่วมกับชุดปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจการใช้กฎหมายดำเนินการกับบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งกีดขวาง เช่นกรณีที่มีการสนับสนุนเต๊นท์มาตั้งในจุดต่างๆ ว่าจะมีการออกหมายเรียกหรือดำเนินคดีฐานขัดคำสั่งคสช.อย่างไรบ้าง ย้ำว่าเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะจับกุมตัวพระธัมมชโยได้หรือไม่ ก็ต้องดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนตามกฎหมาย              
          โฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้ออกหนังสือเรียกบุคคลที่มีพฤติกรรม ขัดขวางและปลุกระดมในพื้นที่ประกาศมาตรา 44 เพิ่มอีก 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายอัยย์ เพชรทอง 2.นางกชกร ไชยวาน และ 3.นายพยุง อุณหิต โดยให้มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) ในวันที่ 3 มี.ค.นี้   
          ด้านพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า กรณีออกหมายเรียกพระสงฆ์ 14 รูปให้เข้ารายงานตัว ขณะนี้ครบกำหนดเข้ารายงานตัวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. แต่มีเพียงพระมหานพพร มารายงานตัวเพียงรูปเดียว หลังเข้ารายงานตัวแล้วพบว่าพระมหานพพรได้ลดบทบาทการเคลื่อนไหวของตัวเองลง ส่วนพระที่เหลืออีก 13 รูป ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษฐานขัดคำสั่งคสช.ไว้ที่สภ.คลองห้า หลังจากนี้ตำรวจจะออกหมายเรียกและหมายจับต่อไป.