ข่าว

ขอ รบ.ไฟเขียวงบฯโครงสร้างพื้นฐาน 6 หมื่นล้าน

ขอ รบ.ไฟเขียวงบฯโครงสร้างพื้นฐาน 6 หมื่นล้าน

01 มี.ค. 2560

กทม.สั่งสจส.เร่งรวมข้อมูล รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายเหนือ-ใต้ เสนอ "อนุพงษ์" ชงเข้าครม.

 


 

          1 มี.ค.60 - รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งว่า ในการประชุมคณะผู้บริหารครั้งที่ผ่านมา ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางการเปิดเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ภายหลังจากที่ผู้บริหารกทม.และรฟม. มีความเห็นตรงกันว่าควรเปิดเดินรถดังกล่าว แต่หากกทม.มีการเปิดเดินรถในวันที่ 1 เม.ย. กทม.จะต้องชำระเงิน จำนวน 3,557.053 ล้านบาท ที่รฟม.ได้ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการไปแล้วในเบื้องต้นก่อน แต่งบประมาณจำนวนนี้ ฝ่ายบริหาร กทม.จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากทม. ซึ่งที่ผ่านมาสภากทม. ไม่อนุมัติงบประมาณ เพราะเห็นว่างบประมาณโครงการนี้มีจำนวนมาก ทั้งนี้ หากกทม. ไม่ชำระเงินดังกล่าว แต่ยังยืนยันที่จะเปิดเดินรถ ทางรฟม.จะคิดค่าชดเชยจำนวน 3 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้นในเบื้องต้น กทม.จะขอใช้พื้นที่เพื่อเปิดเดินรถในวันที่ 1 เม.ย.นี้ไปก่อน โดยไม่ชำระค่าชดเชย เนื่องจากไม่มีงบประมาณ จากนั้นกทม. จะไปเจรจาขอยกเว้นค่าชดเชยในภายหลัง

          รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (มหาชน)(เคที) ในฐานะวิสาหกิจกทม. มอบหมายให้บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัดมหาชน (บีทีเอสซี) เป็นผู้ดำเนินการเดินรถ พร้อมทั้งรับภาระทางการเงิน จากการรับมอบดำเนินทั้ง 2 โครงการนั้น ทางบีทีเอสซีไม่ได้ขัดข้อง เพียงแต่ขอให้เคทีเสนอใช้อำนาจผู้ว่าฯกทม. เป็นผู้ค้ำประกัน ทำให้ในที่ประชุมได้เสนอแนวทางให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณ เฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐาน 60,815.72 ล้านบาทเท่านั้น ที่กทม.ต้องชำระคืนให้กระทรวงการคลัง ซึ่งในที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม. ไปรวบรวมรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เพื่อนำเสนอ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณา ก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารกทม.ได้เข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการให้รับทราบเรียบร้อยแล้ว  

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ทั้งหมด 2 โครงการรวมทั้งสิ้น 84,517.72 ล้านบาท แบ่งเป็น งานโครงสร้างพื้นฐาน 60,815.72 ล้านบาท ซึ่ง กทม.ต้องชำระคืนให้กระทรวงการคลัง และงานติดตั้งระบบเดินรถ 23,702 ล้านบาท กทม.เป็นผู้ดำเนินการเอง โดยในเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ งานโครงสร้างพื้นฐาน 21,085.47 ล้านบาท งานติดตั้งระบบเดินรถ 8,895 ล้านบาท ส่วนเส้นทางหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต งานโครงสร้างพื้นฐาน 39,730.25 ล้านบาท และงานติดตั้งระบบเดินรถ 14,807 ล้านบาท.