
6 มี.ค.รื้ออีกชุมชนป้อมมหากาฬ
ดีเดย์ 6 มี.ค.นี้ รื้อบ้านชุมชนป้อมมหากาฬ อีก 6 หลัง กทม.เล็งใช้ม.44 ลุยรื้อบ้านที่เหลือ
28 ก.พ. --นายจรูญ มีธนาถาวร รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกำหนดแผนการดำเนินงานรื้อย้ายชุมชนป้อมมหากาฬ ว่า ปัจจุบันมีจำนวนบ้านที่ยังไม่ได้รื้อถอนอีก 37 หลังคาเรือน และบุกรุกสร้างใหม่จำนวน 5 หลังคาเรือน จากทั้งหมด 102 หลัง ซึ่งกองจัดกรรมสิทธิ์ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานรื้อย้ายชุมชนบริเวณป้อมมหากาฬ โดยในวันที่ 6 มี.ค.นี้ มีกำหนดการเข้ารื้อถอนบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 6 หลัง ภายหลังจากลงพื้นที่เจรจากับแกนนำและเจ้าของบ้านไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นกองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักกการโยธา จะจัดเจ้าหน้าที่ 90 คน จัดทำบัญชีทรัพย์สินที่จะขนย้าย เพื่อรวบรวมดูแลทรัพย์สิน ก่อนนำมามอบให้กับเจ้าของบ้าน ส่วนสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ จะจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถบรรทุก และอุปกรณ์ เพื่อขนย้ายไปยังสถานที่ที่เจ้าของบ้านต้องการ ขณะเดียวกัน จะตั้งกองอำนวยการในการรื้อย้ายบริเวณที่ว่างส่วนที่เป็นสวนสาธารณะหลังป้อมมหากาฬ
นอกจากนี้จะจัดชุดทหารชุดป้องกันและปราบปรามเหตุจลาจล จำนวน 20 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฏร์ ป้องกันเหตุจลาจลที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกันจะจัดเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพระนคร เข้าสนับสนุน และดูแลความเรียบร้อย ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยระหว่างการดำเนินการ หากพบว่ามีประชาชนขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันจะระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนภารกิจ ดังนี้ การไฟฟ้านครหลวงเขตวัดเลียบ จัดเจ้าหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้า รวมทั้งจัดเก็บรักษามิเตอร์ไฟฟ้า การประปา สาขาแม้นศรี จัดเก็บรักษามิเตอร์น้ำ กองประชาสัมพันธ์ เตรียมเจ้าหน้าที่บันทึกภาพต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นพยานหลักฐาน สำนักการแพทย์ จัดเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ สำหรับการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอันตราย
นายจรูญ กล่าวอีกว่า ส่งนสำนักงานกฎหมายและคดี ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ สำนักพัฒนาสังคม ให้ความช่วยเหลือชุมชนป้อมมหากาฬที่ถูกรื้อย้าย พร้อมทั้งจัดหาที่อยู่อาศัย สำนักผังเมือง จัดส่งข้อมูลและวัตถุประสงค์ ความจำเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป้อมมหากาฬ เพื่อทำการเผยแพร่ และสำนักสิ่งแวดล้อม จัดเตรียมรถสุขาเคลื่อนที่ จำนวน 2 คัน อย่างไรก็ตามจะเสนอแผนดังกล่าว เข้าที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ เพื่อรับทราบ ส่วนการใช้มาตรา44 นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะผู้บริหาร
รายงานข่าวแจ้งว่า เนื่องจากคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปฯ และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.และคณะผู้บริหาร เร่งรัดให้ กทม. ดำเนินการรื้อย้ายบ้านเรือนภายในชุมชนป้อมมหากาฬให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อปรับปรุงพื้นที่เป็นสวนสาธารณะ จึงต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนส่วนที่เหลือ ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ พบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ให้ความยินยอมในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและบ้านเรือน แต่แกนนำในชุมชน ไม่ยินยอมให้เข้าพื้นที่ จึงเป็นปัญหาอุปสรรค ดังนั้น กทม.อาจพิจารณาขอใช้อำนาจตามมาตรา 44 โดยขอควบคุมพื้นที่ ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบ เพื่อให้การดำเนินการรื้อย้ายแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ภายในเดือนเม.ย.นี้



