
จวกยับ ‘อองซาน ซูจี’ เมินโรฮิงญา
ทูตสิทธิมนุษยชนสหรัฐฯ จี้ ตั้งคณะกรรมการสอบประวัติสิทธิมนุษยชนเมียนมา ไม่เว้นนางอองซาน ซูจี
นายคีธ ฮาร์เปอร์ ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นทูตสหรัฐฯ ประจำคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อปี 2557 ถึงเดือน ม.ค.ปีนี้ เขียนบทความลงเว็บไซต์ Just Security ว่า นางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาความเลวร้ายที่ชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ต้องเผชิญ แต่นักการทูตตะวันตกและนักสิทธิมนุษยชนกลับยกย่องเธอเป็นวีรสตรี ที่จะนำพาประเทศพ้นปัญหาได้ ซึ่งเขาเกรงว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ ที่ยังไม่แต่งตั้งทูตสิทธิมนุษยชนคนใหม่มาทำงานแทนเขาที่นครเจนีวา อาจไม่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่
นายฮาร์เปอร์ ระบุด้วยว่า สถานะความเป็นผู้อุทิศตัวสนับสนุนประชาธิปไตยของนางซูจี ทำให้ตรวจสอบรัฐบาลของเธอได้ยาก แม้มีเอกสารเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน รางวัลโนเบลที่ได้รับเป็นเกราะป้องกันที่น่ากลัวที่สุดไม่ให้เธอถูกตรวจสอบอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อภิปรายเรื่องเมียนมาในการประชุมวาระ 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันนี้ เขาจึงเสนอให้สอบสวนเมียนมาอย่างเต็มรูปแบบ อันเปรียบเหมือนยาแรงที่ใช้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่น่ากลัวที่สุด
บทความของนายฮาร์เปอร์ ชี้ว่า หลายคนหวังว่าเมื่อนางซูจีเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2534 จะจัดการปัญหาวิกฤติมนุษยชนได้เมื่อเธอครองอำนาจเมื่อหนึ่งปีก่อน แต่กลายเป็นว่าแม้เธอจะยินดีกับคำชื่นชมว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เธอไม่ได้เตรียมตัวมาต่อสู้ให้กับชาวโรฮิงญา ดังนั้น การละเว้นไม่สอบสวนเธอด้วยจึงถือเป็นเรื่องผิด
“หากคิดว่านางซูจีไม่มีอำนาจพอจะควบคุมกองทัพ เธอก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการใช้ประโยชน์จากภาพลักษณ์นักสู้ที่เธอมี ซึ่งย่อมส่งผลใหญ่หลวงอย่างไม่ต้องสงสัย”



